หลังคารั่ว ภัยเงียบที่กว่าจะรู้ ก็สายไป

หลังคารั่ว ภัยเงียบที่กว่าจะรู้ ก็สายไป

หลังคารั่วเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุหนึ่ง ที่เจ้าของบ้านมักคาดไม่ถึง ไม่เคยรู้มาก่อน ก็คือการใช้โครงสร้างหลังคาที่ไม่เหมาะสม หรือไม่ได้คุณภาพ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้หลังคาบ้านรั่วซึมในภายหลังได้

การจะสร้างบ้านสักหลังหนึ่ง แน่นอนว่าผู้เป็นเจ้าของบ้านทุกคนอยากจะมีบ้านที่มองดูแล้วสวยงาม จึงมักจะให้ความสำคัญกับการเลือกวัสดุสวย ๆ เช่น กระเบื้องหลังคา วัสดุปูพื้น วัสดุตกแต่งต่าง ๆ เป็นต้น จนลืมคิดไปว่าความสวยงามเหล่านั้น  หากโครงสร้างที่รองรับไม่ดี จะก่อให้เกิดปัญหาเรื้อรังตามมาได้ในภายหลัง ดังนั้น นอกจากความสวยงามแล้ว เจ้าของบ้านควรต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นฐานราก หรือโครงสร้างต่างๆ เพราะถ้าเกิดปัญหาโครงสร้างในภายหลัง การแก้ไขซ่อมแซมนับว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก และมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก

ดังเช่นในส่วนของโครงหลังคา นอกจากจะทำหน้าที่รับน้ำหนักกระเบื้อง หรือวัสดุมุงหลังคาทั้งผืนแล้ว ยังทำหน้าที่ยึดผืนหลังคาไว้กับตัวบ้านไม่ให้ตกหล่นหรือปลิวไปตามแรงลม แม้เวลาจะผ่านไปหลายปีก็สามารถปกป้องรองรับผืนหลังคาไม่ให้เกิดปัญหารั่วซึมได้ ซึ่งแต่เดิมนั้นงานโครงหลังคาจะใช้ไม้เนื้อแข็งเป็นวัสดุ แล้วยึดโครงไว้ด้วยตะปู ก่อนจะเปลี่ยนวัสดุมาเป็นเหล็กรูปพรรณในเวลาต่อมา

หลายคนอาจมั่นใจว่าโครงเหล็กรูปพรรณดูหนา แต่รู้หรือไม่ว่าความมั่นคงแข็งแรงนั้นต้องอาศัยการคิดคำนวณ และเขียนแบบตามความชำนาญของช่าง ซึ่งหากคำนวณผิดพลาด อาจก่อให้เกิดปัญหาต่างๆมากมาย ตัวอย่างเช่น การคำนวณขนาดเหล็กที่ต้องใช้ผิดพลาดส่งผลให้เมื่อมุงกระเบื้องไปแล้ว โครงรับน้ำหนักไม่ไหว ทำให้โครงหลังคาแอ่น กระเบื้องตกร่อง หรือการคำนวนองศาของโครงหลังคาที่ผิดพลาดทำให้องศาของหลังคาที่มุงแล้วมีน้อย/มากเกินไป (รูปที่ 1) ซึ่งส่งผลให้เวลาที่ฝนตกลมสามารถตีย้อน ทำให้น้ำฝนไหลย้อนเข้ามาตากซอกกระเบื้องได้ ซึ่งทั้งสองสาเหตุแล้วก่อให้เกิดปัญหารั่วซึมตามมาในภายหลัง

นอกจากนั้นแล้ว โครงเหล็กรูปพรรณแม้จะปลอดภัยจากปลวกแต่ก็ยังกลับต้องเผชิญกับปัญหาสนิม ทำให้โครงเหล็กผุกร่อน มักเกิดจากการทาสีกันสนิมไม่เรียบร้อยตรงบริเวณรอยเชื่อม รวมไปถึงปัญหาเหล็กไม่เต็ม ซึ่งไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยตาเปล่า ทั้งสองปัญหานี้ส่งผลต่อการรับแรงในระยะยาว ทำให้โครงหลังคาแอ่น กระเบื้องตกร่อง ก่อให้เกิดปัญหารั่วซึมเรื้อรังได้เช่นกัน

และอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญคือช่างผู้ติดตั้ง เพราะการประกอบโครงหลังคา จะต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญเฉพาะตัวของช่างในการกะระยะ การประกอบโครง ตัวอย่างเช่น หากประกอบจันทันไม่ได้ระดับ (รูปที่ 2) ส่งผลให้ตอนมุงกระเบื้องจะได้ระดับไม่เท่ากัน ทำให้กระเบื้องกระเดิด ส่งผลให้น้ำสามารถไหลซึมเข้ามาได้ หรือคุณภาพการเชื่อมเหล็กด้วยความร้อนซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะเชื่อมได้ไม่สนิท และคุณภาพการทาสีกันสนิมให้ทั่วโครงเหล็กด้วยมือ (รูปที่ 3) แม้จะเกิดขึ้นเพียงจุดเล็ก ๆ ก็อาจเกิดเป็นปัญหาใหญ่ตามมาในภายหลังได้ ซึ่งการแก้ปัญหาโครงหลังคาไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ แม้จะมีปัญหาบางจุดก็อาจจะถึงขั้นต้องรื้อหลังคากันใหม่เลยทีเดียว ดังตัวอย่างต่อไปนี้

ซึ่งสาเหตุต่างๆที่กล่าวมา ปลายทางแล้วล้วนก่อให้เกิดปัญหารั่วซึม ซึ่งเป็นปัญหาหลักของหลังคาบ้านที่เจ้าของบ้านไม่อยากพบเจอ บางรายอาจจะซ่อมเพียงเล็กน้อย แต่บางรายอาจต้องรื้อผืนหลังคาและโครงใหม่ทั้งหมด นอกจากจะเสียค่าใช้จ่าย แล้วยังเสียเวลาอีกด้วย โดยส่วนใหญ่กว่าเจ้าของบ้านจะรู้ตัวว่าหลังคารั่วซึมก็เมื่อเกิดรอยดวงบริเวณฝ้า(รูปที่ 5) หรือฝ้าเป็นรู(รูปที่ 6)ไปซะแล้ว ซึ่งนอกจากจะต้องซ่อมหลังคา ไม่ว่าจะซ่อมเล็ก ซ่อมใหญ่ ยังต้องมาซ่อมฝ้าอีกด้วย และค่าใช้จ่ายในการซ่อมรั่วบริเวณหลังคาตกอยู่ที่ประมาณ 70,000-80,000 บาท (อาจสูงมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่หลังคา) ส่วนค่าใช้จ่ายในการซ่อมฝ้าตกอยู่ที่ประมาณ 20,000-30,000 บาท รวมๆกันแล้วเจ้าของบ้านอาจเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมรั่วราวๆหลักแสนก็เป็นได้

แต่ในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้นมาก จึงมีตัวเลือกที่ดีกว่าโครงหลังคาเหล็กแบบเดิม ๆ ซึ่งก็คือ นวัตกรรมโครงหลังคาระบบโครงถัก (Pre-fabricated) อย่าง โครงหลังคาสำเร็จรูป ซึ่งโครงหลังคาของบ้านแต่ละหลังจะได้รับการออกแบบด้วยโปรแกรมทางวิศวกรรมขั้นสูงตามมาตรฐาน AISI (American Iron and Steel Institute) ผ่านการคำนวณน้ำหนักตามรูปทรงหลังคาของบ้านและชนิดของกระเบื้องหลังคา เพื่อให้แข็งแรงคงทนและสามารถรองรับแรงลม ได้อย่างมั่นใจ

ในส่วนของวัสดุที่ใช้ผลิตโครงหลังคาสำเร็จรูป ผลิตจากเหล็กกำลังดึงสูง ซึ่งมีแรงดึงสูงกว่าเหล็กรูปพรรณถึง 2 เท่า ในขณะที่มีน้ำหนักเบากว่าเกือบเท่าตัวจึงสามารถลดโครงสร้างที่มารองรับจำพวก เสา คาน ลงได้ และเคลือบด้วยโลหะป้องกันสนิมสำเร็จเรียบร้อยจากโรงงาน จึงมั่นใจได้ในมาตรฐานว่าเหล็กจะไม่เป็นสนิม

เมื่อถึงขั้นตอนของการติดตั้งซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดก็สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เพราะวัสดุทั้งหมดได้ถูกวัด ตัดขนาดตามแบบ และเคลือบโลหะป้องกันสนิมมาจากโรงงานแล้ว เมื่อมาถึงหน้างานก็สามารถติดตั้งด้วยสกรูเคลือบกัลวาไนซ์กันสนิมได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาวัด ตัด และทาสีกันสนิมอีก เป็นการลดขั้นตอน ประหยัดเวลาทำงาน ทั้งนี้คุณภาพช่างหรือฝีมือของช่างถือเป็นหัวใจหลักของขั้นตอนการติดตั้ง เนื่องจากช่างที่ประกอบติดตั้งโครงหลังคาสำเร็จรูป จะต้องผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี สามารถอ่านแบบและประกอบโครงหลังคาได้ตามมาตรฐานที่ออกแบบไว้ เพราะหากเลือกใช้โครงหลังคาสำเร็จรูป แต่ได้ช่างที่ไม่ได้มาตรฐานมาติดตั้ง อาจก่อให้เกิดปัญหารั่วซึมเรื้อรังได้เช่นกัน

ข้อมูลจาก scgbuildingmaterials.com

blank
We will be happy to hear your thoughts

Leave a reply

BEELIEVE SOURCING
Logo