PROTITE PU7 โพลียูรีเทนยาแนว โปรไทท์ PU7 600ml
250.00 ฿
โปรไทท์ ผลิตภัณฑ์ยาแนวป้องกันการรั่วซึม ให้การยืดติดที่แข็งแรงเพื่อความปลอดภัย และลดการเกิดคราบเพื่อความสวยงามของอาคาร ผลิตภัณฑ์มีความหลากหลาย ตอบสนองกับการใช้งานในแต่ละประเภท
ขนาดสินค้า : 600 ml
มีสี : สีขาว และสีเทา
ราคารวมภาษี ไม่รวมขนส่ง
กรุณาเช็คสินค้าก่อนสั่งซื้อ
ราคาสินค้าอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
* สีที่ปรากฏบนเว็บไซต์อาจมีความแตกต่างจากสีของสินค้าจริงเนื่องจากข้อจำกัดของหน้าจอแสดงผล
PROTITE PU7 โพลียูรีเทนยาแนว โปรไทท์ PU7 600ml
PROTITE PU7 โพลียูรีเทนยาแนว โปรไทท์ PU7 600ml
โปรไทท์ ผลิตภัณฑ์ยาแนวป้องกันการรั่วซึม ให้การยืดติดที่แข็งแรงเพื่อความปลอดภัย และลดการเกิดคราบเพื่อความสวยงามของอาคาร ผลิตภัณฑ์มีความหลากหลาย ตอบสนองกับการใช้งานในแต่ละประเภท
แบรนด์ : Protite
ขนาดสินค้า : 600 ml
มีสี : สีขาว และสีเทา
โปรไทท์ โปรเมอริค PU7 เป็นโพลียูรีเทนยาแนวประสิทธิภาพสูงที่ผ่านมาตรฐาน ASTMC920, Class 50 และมีคุณสมบัติลดการไหลออกมาของของเหลวจากยาแนว (Reduced-Bleeding, Reduced Fluid Migration) จึงช่วยลดการเกิดคราบบนผนังและกรอบอาคาร และเนื่องจากโปรไทท์ โปรเมอริค PU7 สามารถยึดเกาะได้ดีมากกับคอนกรีตจึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งกับการยาแนวรอยต่อพรีแคสท์คอนกรีต แคสท์อินเพลสคอนกรีต และรอยต่อรอบขอบวงกบ นอกจากนี้ยังสามารถยึดเกาะได้ดีกับวัสดุต่างๆโดยไม่ต้องใช้น้ำยารองพื้น เช่น ไม้ เหล็ก อลูมิเนียม หิน พลาสติก และไฟเบอร์กลาส เป็นต้น โปรไทท์ โปรเมอริค PU7 แห้งตัวด้วยการทำปฏิกิริยาเคมีกับความชื้นในอากาศ เมื่อแห้งตัวจะกลายสภาพเป็นยางที่มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นตัวสูงจึงสามารถรองรับการเคลื่อนไหวของรอยต่อได้ดีโพลียูรีเทนยาแนวกันรั่วซึมประสิทธิภาพสูง
- ผ่านมาตรฐาน ASTM C920, Class 50
- ผ่านการทดสอบการเกิดคราบตาม ASTM C1248
- สามารถรองรับการเคลื่อนไหวได้ ±50% ของขนาดรอยต่อเมื่อมีการออกแบบและติดตั้งที่ถูกต้อง
- ยืดตัวได้สูงสุดกว่า 700% ตาม ASTM D412
- มีส่วนผสมที่เป็นสารอินทรีย์ระเหยง่ายในปริมาณน้อย (Low VOCs)
- ผ่านข้อกำหนดเรื่อง VOC Content ตาม SCAQMD Rule 1168
- ผ่านข้อกำหนดเรื่อง VOC Emissions ตาม CDPH Standard Method V1.2-2017
- สามารถช่วยให้โครงการได้รับคะแนนในการจัดทำ LEED V4, V3 และ TREES Certification
- ทาสีทับได้
การใช้งาน :
1.การออกแบบรอยต่อที่ถูกต้อง
- การออกแบบรอยต่อที่ถูกต้องจะช่วยลดความเครียดในเนื้อยาแนวจึงช่วยให้ยาแนวสามารถรองรับการเคลื่อนไหวของรอยต่อได้ดีช่วยลดปัญหาการฉีกขาด และช่วยให้ก๊าซที่เกิดจากการแห้งตัวสามารถระเหยออกไปได้ง่าย ข้อแนะนำคือ
- รอยต่อควรมีความกว้างไม่ต่ำกว่า 6 มม.
- รอยต่อควรมีความลึกไม่ต่ำกว่า 6 มม.
- สำหรับรอยต่อที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ควรให้ความกว้างมากกว่าความลึก
- ป้องกันการยึดติด 3 ด้านด้วยการติดตั้งโฟมหนุน (Backer Rod) หรือเทปกันการยึดติด (Bond Breaker Tape) ที่ด้านล่างของรอยต่อเพื่อให้มั่นใจว่ายาแนวจะติดเฉพาะด้านข้างทั้ง 2 ด้านเท่านั้นซึ่งจะทำให้ยาแนวสามารถเคลื่อนไหวได้ตามที่ได้รับการออกแบบมา
2.การทำความสะอาดรอยต่อ
- พื้นผิวของรอยต่อด้านที่จะมีการฉีดยาแนวจะต้องได้รับการทำความสะอาด แห้ง และไม่มีส่วนที่เสียหาย ควรเอาชิ้นส่วนที่หลุดหรือ ยาแนวเดิมออกไปให้หมด
- สำหรับวัสดุผิวเรียบ (Non-Porous) เช่น กระจก และอลูมิเนียม
- ควรเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าสะอาดที่ไม่มีขุย (Lint Free) ชุบสารทำละลาย (โซลเวนท์) เช่น MEK หรือ ไวท์สปิริต
- เช็ดอีกครั้งด้วยผ้าสะอาดที่ไม่มีขุย (Lint Free) อีกผืนหนึ่งทันที
- สำหรับวัสดุผิวพรุน (Porous) เช่น คอนกรีต
- ขัดผิววัสดุด้วยแปรงโลหะหรือเครื่องขัดเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกต่างๆ สีเดิม และชิ้นส่วนที่หลุดออก
- กำจัดฝุ่นด้วยการพ่นทำความสะอาดด้วยลมหรือน้ำแรงดันสูง
- รอให้แห้งก่อนฉีดยาแนว หากจำเป็นให้ทำความสะอาดด้วยสารทำละลาย (โซลเวนท์) อีกครั้ง
3.การติดตั้งวัสดุหนุน
- ติดตั้งโฟมหนุน (Backer Rod) ชนิดโพลีเอทิลีนเซลล์ปิดหรือโพลียูรีเทนเซลล์เปิดที่ด้านล่างของรอยต่อเพื่อกำหนดความลึกของยาแนวและป้องกันการยึดติด 3 ด้าน
4.การติดเทปกาว
- การติดเทปกาวรอบบริเวณที่จะฉีดยาแนวจะทำให้การยาแนวเป็นเส้นตรงสวย และลดปัญหาการทำความสะอาด
5.การฉีดยาแนว
- ตัดปลายฟอยด์
- ตัดปลายจุก (Nozzle) เป็นมุม 45 องศา ตามขนาดที่ต้องการ
- สวมจุกที่ปืนและหมุนให้เข้าที่
- ใส่ฟอยด์ลงในปืนยิงกาว สามารถใช้ปืนยิงกาวประเภทต่างๆได้ เช่น แบบใช้มือบีบ แบบใช้แรงลม หรือแบบไฟฟ้า
- ฉีดยาแนวลงไปที่ด้านล่างของรอยต่อจนเต็มรอยต่อ
6.การแต่งผิวยาแนวและลอกเทปกาวออก
- ปาดแต่งผิวยาแนวทันทีหลังจากฉีดยาแนวเพื่อให้ผิวยาแนวเรียบและเป็นการดันให้ยาแนวเข้าไปติดกับด้านข้างของรอยต่อทั้ง 2 ด้านอย่างเต็มที่
- ควรปาดผิวยาแนวในครั้งเดียวก่อนที่ยาแนวจะเริ่มสร้างผิว การใช้เครื่องปาดที่มีลักษณะโค้งออก (Convex) จะช่วยให้ยาแนวอยู่ในร่อง หากเป็นรอยต่อที่อยู่ในแนวนอนควรปาดผิวยาแนวให้ไม่มีบริเวณที่อาจกักเก็บน้ำฝนหรือน้ำยาทำความสะอาดต่างๆ
- ไม่ใช้สบู่ สบู่เหลว น้ำสบู่ น้ำยาล้างจาน น้ำเปล่า หรือของเหลวอื่นๆในการช่วยปาดยาแนว
- ลอกเทปกาวออกทันทีที่ปาดเสร็จก่อนที่ยาแนวจะสร้างผิว
- ควรทิ้งยาแนวไว้ 48 ชั่วโมงหลังจากเริ่มสร้างผิวโดยไม่รบกวน ไม่ควรให้ยาแนวสัมผัสน้ำยาทำความสะอาด สารทำละลาย (โซลเวนท์) โดยเฉพาะแอลกอฮอล์ในช่วงเวลานี้
- สามารถเช็ดยาแนวที่ยังไม่แห้งออกได้ด้วยสารทำละลาย (โซลเวนท์) เช่น ไซลีน โทลูอีน หรือ MEK ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตสารทำละลาย (โซลเวนท์) อย่างเคร่งครัดขณะใช้งาน สำหรับยาแนวที่ฉีดลงบนวัสดุผิวพรุนให้รอให้แห้งแล้วจึงขัดออก ยาแนวที่แห้งแล้วไม่สามารถล้างออกด้วยสารทำละลาย (โซลเวนท์)ได้
ติดต่อเรา
Beelieve Sourcing มาร์เก็ตเพลสวัสดุก่อสร้างรายแรกของไทย
facebook: beelievesourcing
line: @beelieve
youtube: beelieveus beelievesourcing
หรือ สอบถามได้ที่ 095 718 9191 เราสร้างตลาดสินค้าออนไลน์ และ บริการครบ จบในที่เดียว
#PROTITE PU7 #โพลียูรีเทนยาแนว
ข้อมูลเฉพาะของ: PROTITE PU7 โพลียูรีเทนยาแนว โปรไทท์ PU7 600ml
|
ซิลิโคน x’traseal SA-105 GP สูตรกันเชื้อรา ชนิดมีกรด 280 กรัม (24 หลอด)
by ลิน คอนส์ โฮม คอมเพล็กซ์
250.00 ฿
