- 16%

PIONEERเครื่องเล่นULTRA24P4Kบลูเรย์ดิกส์3DมิติBDPX300เล่นUSB+BLURAY+DVD+VCD+MP3+CD+CD-RRW+CD+RRW+WMA+WAV+MPEG4+JPMG+DIVX

Original price was: 29,995.00 ฿.Current price is: 25,185.00 ฿.

PIONEERเครื่องเล่นULTRA24P4Kบลูเรย์ดิกส์3DมิติBDPX300เล่นUSB+BLURAY+DVD+VCD+MP3+CD+CD-RRW+CD+RRW+WMA+WAV+MPEG4+JPMG+DIVXPioneer Multiregion BDP-X300 B 3D Blu-ray Player with Multiregion DVDplayer and High quality CD Playback (Ultra HD Upscaling, DLNA, Miracast, Wifi
built
in, App Control, BD Live, HD interface /– Blackระบบเสียง:5.1CH
ช่องต่อOUTPUT:HDMI,COXIAL,OPTICAL
น้ำหนัก(กิโลกรัม):2.3
ขนาดเครื่อง : 43.5×6.3×25.0😀🤏ราคานี้29995ไม่รวมติดตั้งNOFREELOGISTICราคาสินค้ายังไม่รวมค่าจัดส่งค่าจัดส่งจ่ายเองตามจริงสั่งง่ายจัดส่งเร็วเราทำการขายตลอด24ชั่วโมงเช็คสต๊อกก่อนกดสั่งซื้อเพราะมีหน้าร้านด้วยเพื่อป้องกันความผิดพลาดก่อนที่ท่านจะสั่งซื้ออย่าลืมเช็คสถานะของสินค้าก่อนว่ายังมีเหลืออยู่ในสต๊อคหรอไม่ราคาสินค้าอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบราคาสินค้าอีกครั้งที่ปุ่มด้านล่างนี้ จัดส่งผ่านขนส่งเอกชนถึงหน้าบ้านลูกค้าต้องประกอบสินค้าเองเงื่อนไขการรับประกันกรณีสินค้าชำรุดเสียหายจากการผลิตที่ไม่ได้ชำรุดจากการใช้งานสามารถเปลี่ยนสินค้าใหม่ได้ภายใน7วันนับจากวันที่ได้ส่งสินค้าสินค้าชำรุดจากการใช้งานสามารถนำสินค้าพร้อมใบเสร็จและใบรับประกันส่งเครมซ่อมสินค้าได้ที่ศูนย์บริการใกล้บ้านท่านระยะเวลาในการดำเนินการเปลี่ยนสินค้าซ่อมประมาณ3-30วันทำการโทรติดต่อสั่งซื้อสินค้ายี่ห้อไหนรุ่นไหนจำนวนกี่ตัวกำหนดใช้สินค้าวันไหนต้องการราคาไม่เกินกี่บาทต่อตัวคะหน้าเพจร้านมีสินค้าราคาดีๆใหม่ๆคอยอัพเดทเพิ่มเติมทุกวันด้วยลองคลิ๊กดูคะสนใจรุ่นไหน แค็ปหน้าจอมาแล้วโทรมาเลยฝากกดไลท์ฝากกดแชร์ฝากกดติดตามด้วยคะThankYouคะ😍😻
* Pioneer รุ่น BDP-X300 ถือว่าเป็นเครื่องเล่นอีกตัวหนึ่งที่รองรับการเล่นแผ่น Blu-ray 3D และยังรองรับความสามารถ Ultra HD (4K/24p) Upscaling อีกด้วย ซึ่งถ้าหากคุณผู้อ่านท่านใดใช้งานทีวี 4K อยู่ก็สามารถใช้ฟังก์ชัน 4K Upscaling คอนเทนท์จากแผ่น BD/DVD ให้มีความคมชัดมากยิ่งขึ้นไปได้อีก พร้อมกันนี้ตัวเครื่องเองก็ยังรองรับ Wi-Fi, Miracast และการเล่นไฟล์ผ่านทาง LAN บนเทคโนโลยี DLNA อีกด้วยเช่นกัน
* เครื่องใหม่ ประกันศูนย์ 1 ปี ราคาพิเศษสำหรับแฟนเพจPioneer เครื่องเล่นบลูเรย์ รุ่น BDP-X300(B) ถือว่าเป็นเครื่องเล่นอีกตัวหนึ่งที่รองรับการเล่นแผ่น Blu-ray และยังรองรับความสามารถ Ultra HD (4K/24p) Upscaling อีกด้วย ซึ่งถ้าหากคุณผู้อ่านท่านใดใช้งานทีวี 4K อยู่ก็สามารถใช้ฟังก์ชัน 4K Upscaling คอนเทนท์จากแผ่น BD/DVD ให้มีความคมชัดมากยิ่งขึ้นไปได้อีก
ประเภทแผ่นที่เล่น:DVD,VCD,MP3,CD,CD-R/RW,CD+R/RW,WMA,WAV,MPEG4,JPMG,DIVX
ระบบเสียง:5.1CH
ช่องต่อOUTPUT:HDMI,COXIAL,OPTICAL
น้ำหนัก(กิโลกรัม):2.3
ขนาดเครื่อง : 43.5×6.3×25.0
อื่นๆ:ULTRA HD(4K/24P)UPSCALING (BD/DVD/PC FILE)&BLU-RAY 3D PLAYBACK,BUILT-IN WI-F
รองรับ ULTRA HD(4K/24P) UPSCALING (BD/DVD/PC FILE)&BLU-RAY 3D PLAYBACK,BUILT-IN WI-Fช้อปสินค้าคุณภาพจากที่คุณไว้วางใจด้วยราคาที่คุณชื่นชอบ สินค้าได้รับการออกให้ได้มาตรฐาน มีความทนทาน คุ้มค่าต่อการใช้งาน คุณสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ตามไลฟ์สไตล์ที่คุณชื่นชอบ และเหมาะสมกับการใช้งานที่หลากหลายตามความต้องการในราคาโดนใจPIONEERบริการKerryExpress
อื่นๆ
ULTRA HD(4K/24P)UPSCALING (BD/DVD/PC FILE)&BLU-RAY 3D PLAYBACK,BUILT-IN WI-FI
น้ำหนัก (กิโลกรัม)
2.3
ขนาด (WxHxD) ซม.
43.5×6.3×25.0
ระบบเสียง
5.1CH
ไร้สาย
ใช่ / มี
ชนิดสินค้า
เครื่องเล่น BLU-RAYระบบเสียง:5.1CH
ช่องต่อOUTPUT:HDMI,COXIAL,OPTICAL
น้ำหนัก(กิโลกรัม):2.3
ขนาดเครื่อง : 43.5×6.3×25.0❌เพื่อรักษาสิทธิในการเปลี่ยนสินค้ากรุณาทำตามนี้นะคะ✅1.กรุณารับสินค้าด้วยตนเองหากไม่สะดวกรับสินค้าให้เลื่อนนัดวันเวลารับกับขนส่งให้พอดีเวลากัน
2.เมื่อรถขนส่งสินค้ามาถึงกรุณาถ่ายวิดีโอตั้งแต่ตอนที่(รับสินค้าจากขนส่งจนถึงทดลองใช้สินค้า)ให้จบภายในคลิปVDOเดียวห้ามตัดต่อ
✅ เมื่อคุณลูกค้าได้รับสินค้าแล้วรบกวนอัดคลิปวิดีโอก่อนแกะกล่องพัสดุไว้ด้วยค่ะเพื่อป้องกันการผิดพลาดหากคุณลูกค้าได้รับสินค้าไม่ครบหรือมีสินค้าชำรุดเสียหายหากไม่มีหลักฐานยืนยันทางร้านขออนุญาตไม่รับผิดชอบทุกกรณีนะคะ❤
❌ถ้าไม่มีวีดีโอไม่รับผิดชอบทุกกรณี✅ย้ำไม่รับผิดชอบทุกกรณี❌
หากพัสดุเสียหาย รบกวนปฏิเสธการรับจากทางขนส่งได้เลยค่ะ
เงื่อนไขการรับเคลมสินค้า
1. ก่อนรับสินค้าจนถึงแกะกล่องสินค้าต้องถ่ายคลิปVDO✅ใบปะหน้ากล่องสินค้าให้เห็นชื่อลูกค้าที่อยู่ขณะแกะกล่องสินค้าและสินค้าที่แพ็คในกล่องสินค้า❌โดยไม่ตัดต่อVDOและถ่ายVDOต่อเนื่องในคลิปVDOเดียวจบ❌
2. หากพบว่ากล่องสินค้าชำรุดฉีกขาดแตกหักให้ถ่ายมุมของกล่องสินค้าไว้เป็นหลักฐานก่อนแกะ
3. เมื่อพบปัญหาสินค้าไม่ครบส่งผิดชำรุดแตกหักจากการขนส่งทันทีให้ลูกค้าส่งคลิปหลักฐานและแจ้งเลขที่สั่งซื้อให้แอดมินร้านฯทางแอดมินร้านจะติดต่อประสานงานและแก้ไขปัญหาภายในวันทำการ1วันทำการ
กรณีไม่รับเคลม/คืนสินค้า
1. แจ้งเคลมสินค้าแตกหักเสียหายใช้งานไม่ได้โดยไม่มีคลิปVDOประกอบตามเงื่อนไขที่กำหนด
2. สินค้าเสียหายนอกเหนือจากการขนส่งสินค้าเช่นลูกค้าทำสินค้าชำรุดเองแตกหักจากการติดตั้งหรือเคลื่อนย้ายสินค้าโดยไม่ระมัดระวัง/ทำพลาดล้มตกหล่นหรือมีคน,สัตว์เลี้ยงใบ้านของลูกค้าทำพังหรือปล่อยทิ้งสินค้าไว้เพียงลำพังโดยไม่มีคนเฝ้าระวัง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม(วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา09.00–18.00 น.(เว้นวันหยุดราชการ)หมายเหตุ:กรุณาอ่านก่อนสั่งซื้อๆสินค้าผิดรุ่นเองโดยผู้ซื้อไม่รับเปลี่ยนคืนทุกกรณี/ รับเคลมสินค้าเมื่อมีหลักฐานจากการถ่ายวีดีโอ ก่อนแกะสินค้าเท่านั้นแจ้งลูกค้าทุกท่านทราบ ทางบริษัทไม่มีบริการยกของขึ้นชั้นบนให้กับทางลูกค้าต้องขออภัยไว้ณ.ที่นี่ด้วยค่ะทางเราขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกโปรโมชั่นดังกล่าวโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนดPIONEER เครื่องเล่นบลูเรย์ รุ่น BDP-X300(B)สรุป เครื่องเล่นบลูเรย์ Pioneer BDP-X300 เหมาะกับใคร
Pioneer BDP-X300 เป็นเครื่องเล่นบลูเรย์จาก Pioneer ที่เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องเล่นสื่อบันเทิงต่างๆ กับทีวีโทรทัศน์เครื่องโปรดที่บ้าน โดย BDP-X300 มีคุณสมบัติและฟังก์ชั่นใหม่ๆ มากมายที่ทำให้การใช้งานเป็นได้มากกว่าแค่เครื่องเล่นสื่อบันเทิงทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชั่นในการ Upscale ที่จะช่วยทำให้ไฟล์วิดิโอในความละเอียดต่ำจากแผ่น DVD มีความละเอียดระดับ 4K ได้ รวมถึงการรองรับไฟล์เพลงที่มีความละเอียดสูงมากกว่าปกติอย่างไฟล์สกุล FLAC และ WAV สำหรับการใช้งานนั้นนอกจากจะเล่นแผ่นรูปแบบต่างๆ ได้แล้ว Pioneer BDP-X300 ยังรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi และ Ethernet เพื่อเล่นสื่อบันเทิงต่างๆ จากคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง การควบคุมก็สามารถทำได้ผ่านแอพพลิเคชั่นที่มีบนสมาร์ทโฟนได้ ทำให้เครื่องเล่นบลูเรย์ Pioneer BDP-X300 รุ่นนี้เป็นได้มากกว่าเครื่องเล่นบลูเรย์ทั่วไป และเหมาะแก่ใครก็ตามที่ต้องการจะอัพเกรดระบบบันเทิงในที่พักอาศัยของตน
การเชื่อมต่อ
• HDMI
• Optical
• Coaxial
• USB
• Ethernet
• Analogue Audio Output
อุปกรณ์ในกล่อง
• 1 x ชุดเครื่องเสียง Pioneer BDP-X300
• 1 x รีโมทคอนโทรล
• 1 x คู่มือการใช้งาน
Key-Highlight
• เครื่องเล่นบลูเรย์สำหรับการใช้งานในบ้าน
• คุณสมบัติ Upscale ให้ไฟล์ความละเอียดต่ำสูงขึ้นได้ระดับ 4K
• Upscale พิกเซลได้มากที่สุด 20 เท่า
• เชื่อมต่อเข้า Wi-Fi เพื่อใช้ในการสตรีมสื่อบันเทิงได้
• มี DAC Audio ในตัว เล่นไฟล์ FLAC, WAV ได้
• ควบคุมการใช้ผ่านสมาร์ทโฟนจากแอพ iControlAV5 ได้
รายละเอียดทั่วไป
เครื่องเล่นบลูเรย์ Pioneer BDP-X300
Pioneer BDP-X300 เป็นเรื่องเล่นบลูเรย์จากแบรนด์ Pioneer ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องเสียงและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องจากประเทศญี่ปุ่น โดยสามารถเล่นแผ่นบลูเรย์ได้รวมถึงแผ่นประเภทอื่นอย่าง DVD, CD และ SACD อีกด้วย ซึ่งในส่วนของการเล่นแผ่นรูปแบบต่างๆ ได้นั้น ทาง Pioneer ได้เสริมความสามารถของ BDP-X300 ในเรื่องของเทคโนโลยี Upscale ซึ่งจะทำให้วิดิโอจากแผ่นรูปแบบต่างๆ ที่มีความละเอียดไม่ถึง 4K กลายเป็นวิดิโอในระดับความละเอียด 4K ได้ โดยตัวเครื่องเล่นบลูเรย์รุ่นนี้จาก Pioneer สามารถขยายพิกเซลให้ใหญ่มากกว่าเดิมได้ 20 เท่า ทำให้ไม่ว่าจะเป็นแผ่น DVD เก่าแค่ไหน หากนำมาเล่นผ่าน BDP-X300 ก็จะสามารถแสดงผลภาพออกมาในระดับความละเอียด 4K ได้เช่นกัน นอกจากนี้แล้วตัวเครื่องเล่นบลูเรย์ BDP-X300 ยังรองรับวิธีการเชื่อมต่อรูปแบบต่างๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อ BDP-X300 เข้ากับระบบอินเตอร์เน็ต Wi-Fi ของที่พักผู้ใช้งานเพื่อเล่นสื่อบันเทิงรูปแบบต่างๆ โดยตรง ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเล่นวิดิโอ, เปิดรูปภาพ,และเล่นเกม โดยแสดงผลไปที่หน้าจอทีวีได้ทันที
เครื่องเล่นบลูเรย์ Pioneer BDP-X300
นอกจากนี้เครื่องเล่นสื่อบันเทิงรุ่นนี้จาก Pioneer ยังมี DAC Audio ในตัว ทำให้สามารถเล่นไฟล์เพลงดิจิตัลในระดับความละเอียดที่สูงมากกว่าเดิม เพราะ BDP-X300 นั้นรองรับฟอร์แมตที่มีค่า Sampling Rate มากกว่า 44.1 kHz ซึ่งมากกว่าฟอร์แมต์แผ่นซีดีทั่วไปได้แล้ว เครื่องเล่นบลูเรย์รุ่นนี้จาก Pioneer จึงสามารถเล่นไฟล์เพลงคุณภาพสูงอย่างไฟล์ WAV และ FLAC ได้อย่างเต็มที่ ในเรื่องของการใช้งานทั่วไปนั้น ผู้ใช้งานยังสามารถควบคุมการใช้งานของ BDP-X300 ผ่านแอพพลิเคชั่น iControlAV5 ซึ่งมีให้ดาวน์โหลดฟรีผ่านระบบปฎิบัติการ Android และ iOS ทำให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมการใช้งานเครื่องเล่นบลูเรย์ได้สะดวกมากขึ้นจากสมาร์ทโฟนหรือแท็ปเล็ตอีกด้วย
หลังจากที่ Pioneer ห่างหายการออกเครื่องเล่น Blu-ray Player มาอยู่สักพักหนึ่ง ซึ่งผนวกกับช่วงตั้งแต่กลางปี 2016 ที่ผ่านมาตลาดในประเทศไทยต่างก็หันไปให้ความสนใจกับเครื่องเล่น Blu-ray Player ที่รองรับการเล่นแผ่น 4K กันอย่างฮือฮา จึงทำให้เหล่าบรรดาแบรนด์ระดับไฮเอ็นด์ต่างพากันดึงเชิงดูเทรนด์ของตลาดกันอยู่นานพอสมควร
ซึ่งการมาของคอนเทนท์ที่มีความคมชัดระดับ 4K ในไทยช่วงที่ผ่านมานั้นก็เริ่มมีให้ได้เลือกซื้อมารับชมอยู่ค่อนข้างบางตาและยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าใดนัก เนื่องด้วยตัวแผ่นคอนเทนท์ยังมีราคาที่ค่อนข้างสูงอยู่พอสมควร ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าจากแบรนด์ Pioneerอย่าง CMG (Central Marketing Group) จึงได้เข็นเจ้า Pioneer รุ่น BDP-X300 ซึ่งเป็นเครื่องเล่น Blu-ray Player ที่เน้นประสิทธิภาพทางด้านเสียงในระดับพรีเมียมออกมาทำตลาด เพื่อมาเอาใจกลุ่มผู้เล่นระดับกลางโดยเฉพาะ
Pioneer BDP-X300 ถือว่าเป็นเครื่องเล่นอีกตัวหนึ่งที่รองรับการเล่นแผ่น Blu-ray 3D และยังรองรับความสามารถ Ultra HD (4K/24p) Upscaling อีกด้วย ซึ่งถ้าหากคุณผู้อ่านท่านใดใช้งานทีวี 4K อยู่ก็สามารถใช้ฟังก์ชัน 4K Upscaling คอนเทนท์จากแผ่น BD/DVD ให้มีความคมชัดมากยิ่งขึ้นไปได้อีก พร้อมกันนี้ตัวเครื่องเองก็ยังรองรับ Wi-Fi, Miracast และการเล่นไฟล์ผ่านทาง LAN บนเทคโนโลยี DLNA อีกด้วยเช่นกัน
สเปคคร่าวๆ ของ Pioneer BDP-X300 มีดังนี้
VIDEO FEATURES
– Ultra HD (4K/24p) Upscaling (BD/DVD/PC File)
– Blu-ray 3D Playback
– 36-bit Deep Colour, “x.v.Colour”
AUDIO FEATURES
– Exclusive Audio DAC Board with 192 kHz/24-bit DAC
– 192 kHz/24-bit Audio Playback (WAV, FLAC, ALAC)
– Multi-Channel (5.1ch, 5.0ch) Audio Playback (WAV, FLAC, DSD)
– Dolby TrueHD/Dolby Digital Plus
– DTS-HD Master Audio/DTS-HD High Resolution Audio/DTS-ES/DTS 96/24
– HQ Sound for Clear Audio Transmission via HDMI
– Shielded Power Supply (SMPS) Circuit Board
– Anti-Standing Wave Insulators (Rear Insulators Only)
NETWORK FEATURES
– DLNA Certified*1 (1.5) with Trick Play Features (Fast/Slow Forward, Fast/Slow Rewind)
– Built-in Wi-Fi (IEEE802.11 b/g/n)
– Miracast via Wi-Fi Direct
Design – การออกแบบ
มาเริ่มดูกันที่ส่วนของงานดีไซน์กันก่อนเลย สำหรับรูปร่างหน้าตาหากเทียบกับรุ่น BDP-100 และ BDP-180 ที่อยู่ในไลน์อัพเดียวกันแล้วล่ะก็ต้องขอบอกเลยว่าหน้าตาเหมือนกันเด๊ะๆ แต่ต้องขอบอกก่อนเลยว่าเจ้า Pioneer BDP-X300 นั้นมีความพิเศษกว่าจริงๆ แต่ไม่ได้พิเศษตรงที่มีตัวอักษร “X” นำหน้านะ ซึ่งเดี๋ยวถ้าตามอ่านกันไปเรื่อยๆ จะต้องร้อง อ๋อ! กันอย่างแน่นอน
ตัวเครื่องที่ทางเราได้มารีวิวจะเป็นรุ่นสีดำ ซึ่งจากที่ได้แอบเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ของ Pioneer พบมีรุ่นที่เป็นสีเงินโลหะด้วย แต่เข้าใจว่าในไทยจะเอาเข้ามาจำหน่ายอยู่สีเดียวคือสีดำ
ด้านหน้าตัวเครื่องจะเป็นหน้ากากพลาสติกสีดำมีการขัดลายออกแนวโลหะนิดๆ ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้
1. ปุ่ม Power สำหรับ เปิด/ปิด ตัวเครื่องเล่น Blu-ray Player
2. ถาดสำหรับใส่แผ่น BD, DVD, CD และ SACD
3. หน้าจอ LED สำหรับแสดงสถานะของตัวเครื่องเล่น
4. ปุ่มสำหรับกดให้ถาดรับแผ่นคอนเทนท์เด้งเข้าเด้งออก
5. ปุ่ม Stop สำหรับหยุดเล่นคอนเทนท์
6. ช่องต่อ USB 2.0 รองรับการจ่ายไฟ 5V/0.5A จำนวน 1 พอร์ต
7. ปุ่มสำหรับกด Play เพื่อสั่งเล่นคอนเทนท์
เมื่อซูมเข้ามาที่ส่วนทางด้านขวาของตัวเครื่องเล่นจะเห็นว่ามีการบอกรายละเอียดต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน แถมที่ด้านใต้ยังมีการเสริมส่วนที่เป็นขาตั้งแยกออกมาโดยเฉพาะ เพื่อให้มีพื้นที่ช่องว่างสำหรับระบายความร้อนได้สะดวก
พลิกกลับมาที่ด้านหลังของตัวเครื่องเล่น Blu-ray Player กันต่อเลย
โดยที่จุดนี้มีการจัดเรียงพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ ไว้ได้อย่างสวยงามและเป็นระเบียบดี ซึ่งอย่างที่บอกไปว่าเครื่องเล่นตัวนี้จะมีความพิเศษกว่า BDP-100 และ BDP-180 ก็ตรงที่ส่วนที่เป็นพอร์ต HDMI Out, Coaxial และ Analog Audio Out นั้นจะได้รับการเคลือบพื้นผิวด้วย “ทองคำ” อีกชั้นนึงนั่นเอง
นอกจากพอร์ตสำคัญๆ ทางด้านเสียงจะถูกเคลือบพื้นผิวด้วยทองคำแล้ว ภายในตัวของเครื่องเล่นยังมาพร้อมกับระบบลดสัญญาณรบกวนต่างๆ อีกด้วย
พอร์ตเชื่อมต่อที่อยู่ด้านซ้ายทางด้านหลังของตัวเครื่องหลักๆ แล้วจะอยู่ที่บริเวณแถบนี้
ในส่วนของพอร์ตอื่นๆ ตามภาพด้านบนจะประกอบด้วย
1. พอร์ต LAN ที่รองรับความเร็วสูงสุดที่ 100Mbps
2. พอร์ต USB 2.0 รองรับการจ่ายไฟที่ 5V/0.5A จำนวน 1 พอร์ต ซึ่งสามารถต่อเข้ากับ External Hard Disk ได้สบายๆ
3. พอร์ต HDMI Out จำนวน 1 พอร์ต
4. พอร์ต Coaxial จำนวน 1 พอร์ต
5. พอร์ต Optical จำนวน 1 พอร์ต
ถัดมาที่ส่วนทางด้านขวาจะเป็นที่อยู่ของพอร์ต Analog Audio Out จำนวน 1 ชุด และพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อเข้ากับสายไฟหลัก
รีโมทคอนโทรลก็ไม่ได้มีหน้าตาอะไรที่หวือหวามากนัก ซึ่งเน้นที่การใช้งานได้ง่ายเสียมากกว่า โดยทาง Pioneer ก็ได้หยิบปุ่มลัดอย่างเช่น Miracast, Audio, Subtitle และ Video มาใส่ไว้บนรีโมทคอนโทรล เพื่อให้ง่ายต่อการปรับเปลี่ยน
Picture – ภาพ
หลังจากที่ไปไล่ดูในส่วนของดีไซน์บนตัวเครื่องเล่นกันไปแล้วทีนี้ก็ถึงเวลาที่จะมาดูการเล่นไฟล์และแผ่นคอนเทนท์ต่างๆ กันต่อ ซึ่งก็จะได้มาทดสอบกันด้วยว่าคุณภาพของภาพที่ถูกส่งผ่านออกมาจาก Pioneer BDP-X300 นั้นมีความคมชัดและลื่นไหลตลอดการรับชมมากน้อยเพียงใด
หากพร้อมแล้วมาเริ่มที่การใส่แผ่นเข้าไปที่เจ้าเครื่องเล่น Blu-ray Player ตัวนี้กันก่อนเลย
สำหรับความละเอียดในการถ่ายทอดสัญญาณภาพวีดีโอสามารถรองรับการตั้งค่าได้สูงสุดที่ความละเอียดระดับ 4K/24p เนื่องจากตัวเครื่องเล่นรองรับ Ultra HD (4K/24p) Upscaling นั่นเอง
มาเริ่มเปิดเบิร์นเจ้า Pioneer BDP-X300 ด้วยภาพยนตร์เรื่อง “The Revenant” ที่มีเนื้อหาออกแนวผจญภัยและดราม่านิดๆ
สำหรับแนวภาพของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็จะติดย้อมสีออกทึมๆ ให้อารมณ์เคว้งคว้างเล็กน้อย ซึ่งจากที่ได้ลองรับชมตัวเครื่องเล่นก็สามารถถ่ายทอดรายละเอียดของภาพออกมาได้คมชัด และสามารถให้สีสันต่างๆ ได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน
ถัดมากระผมได้ทดสอบความลื่นไหลของภาพจากภาพยนตร์เรื่อง “Fast And Furious 7” หลังจากที่ได้ลองรับชมเนื้อหาของภาพยนตร์เรื่องนี้จนจบเรื่อง พบว่าการส่งผ่านสัญญาณภาพมายังทีวีนั้นสามารถถ่ายทอดภาพออกมาได้อย่างลื่นไหล โดยที่ไม่พบอาการภาพค้างหรือกระตุกระหว่างที่กำลังรับชมคอนเทนท์แต่อย่างใด
ทั้งนี้ในส่วนของการเล่นไฟล์ชนิดต่างๆ นอกจากจะรองรับการเล่นคอนเทนท์ผ่านทางแผ่น Blu-ray 3D, Blu-ray แบบปกติ และ DVD แล้วตัวเครื่องเล่นเองยังรองรับการเล่นไฟล์ผ่านทางพอร์ต USB และ LAN/WiFi ผ่านทางเทคโนโลยี DLNA อีกด้วย
สำหรับการเล่นไฟล์ผ่านทางพอร์ต USB และการเล่นไฟล์ผ่านเทคโนโลยี DLNA หรือการเล่นไฟล์ผ่านระบบ LAN นั้นตัวเครื่องสามารถรองรับการเล่นไฟล์ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันได้ อย่างเช่นไฟล์สกุล DivX (.avi/.divx/.mkv), MP4, WMV, AVI, 3GP, FLV และ RMVB (.rm/.rmvb) ก็สามารถนำมาเล่นบนเครื่องเล่น Blu-ray Player ตัวนี้ได้อย่างหายห่วง
Sound – เสียง
มาถึงเรื่องของเสียงที่เป็นจุดเด่นของเจ้า Pioneer BDP-X300 ตัวนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งแน่นอนว่ามันมาพร้อมกับ DAC Aduio แบบ on Board ในตัวที่สามารถรองรับการถอดรหัสเสียงและไฟล์เพลง Hi-Res Audio ที่มีความละเอียดในระดับ 192 kHz/24-bit ได้อย่างสบายๆ รวมทั้งที่ตัว DAC Audio ก็ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติ Anti-Standing Wave ที่ช่วยลดการรบกวนของคลื่นสัญญาณต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ส่วนที่เป็นขั้วต่อ HDMI Out และขั้วต่อสัญญาณเสียงต่างๆ บนตัวเครื่องยังได้ถูกเคลือบด้วยทองคำแท้ๆ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งผ่านสัญญาณเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และส่วนที่เป็นภาคจ่ายไฟยังได้ถูกติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันสัญญาณรบกวนที่มีชื่อว่า “SMPS Shield Case” อีกด้วย
ในส่วนของการ Output สัญญาณเสียงผ่านพอร์ต HDMI สามารถเลือกได้ทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ Bitstream, PCM และ Reencode
แต่ในส่วนของรีวิวนี้จะเลือกใช้เป็นแบบ Bitstream เนื่องด้วยกระผมใช้ตัวเครื่องเล่นต่อเข้ากับชุด AV Receiver ที่ทำหน้าที่ในการถอดรหัสสัญญาณเสียงก่อนที่จะส่งสัญญาณภาพวีดีโอไปยังทีวี ซึ่งจากที่ได้ทดสอบพบว่าเจ้า Pioneer BDP-X300 สามารถทำการ Bitstream สัญญาณเสียงทั้งแบบ Dolby TrueHD และ DTS-HD Master Audio ได้อย่างลื่นไหล
มาทดสอบที่การใช้รับชมคอนเสิร์ต และการฟังเพลงจากแผ่นซีดีกันบ้างดีกว่า
อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่าเจ้า Pioneer BDP-X300 นั้นมีจุดเด่นที่เรื่องของเสียง เพราะว่าตัวของมันมาพร้อมกับระบบ HQ Sound ซึ่งเป็นระบบที่จะช่วยในการตัดสัญญาณภาพวีดีโอทิ้งในขณะที่เราใช้เจ้าเครื่องเล่น Blu-ray Player ตัวนี้ในการเล่นเพลงจากแผ่น CD/SACD ที่มีแต่เสียงเพลงล้วนๆ ซึ่งไม่นับรวมแผ่น Blu-ray คอนเสิร์ตที่เราจะต้องรับชมทั้งภาพและเสียง หรือถ้าคุณผู้อ่านท่านใดต้องการฟังแต่เสียงก็สามารถตัดภาพวีดีโอทิ้งได้นะ ด้วยฟังก์ชันที่เรียกว่า “HQ Sound” นี้ซึ่งจะมีปุ่มอยู่บนรีโมทคอนโทรล
ฟังก์ชัน HQ Sound ที่ถูกติดตั้งมาบนเครื่องเล่นตัวนี้ทำงานอย่างไร?
สำหรับฟังก์ชัน HQ Sound นั้นจะเป็นฟังก์ชันที่เรามักเจอในกลุ่มของเครื่องเล่นระดับไฮเอ็นด์ หรือกลุ่มผู้เล่นหูเทพหูทองที่เข้ามักใช้กันนั่นล่ะ โดยผู้เล่นกลุ่มนี้มักจะมีการต่อเครื่องเล่น Blu-ray Player เข้ากับชุด AV Receiver, Amplifier และลำโพงระดับไฮเอ็นด์ที่ค่อนข้างจะมีความไวต่อการตอบสนองต่อสัญญาณเสียงในย่านความถี่ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
ถ้าเรามีการเปิดเครื่องเล่น Blu-ray Player เพื่อฟังเพลงจากแผ่น CD/SACD เพียงอย่างเดียว หากเป็นเครื่องเล่นทั่วๆ ไปตัวเครื่องเล่นจะยังมีการประมวลผลสัญญาณภาพอยู่ถึงแม้ว่าตัวคอนเทนท์ที่เราเปิดอยู่จะไม่มีภาพวีดีโอหรือมีแต่เสียงก็ตาม บางครั้งอาจจะทำให้สัญญาณภาพที่ถูกส่งออกมาพร้อมๆ กับสัญญาณเสียงผ่านทางสาย HDMI เส้นเดียวกันอาจถูกบันทอนเสียงลงได้ จึงเป็นเหตุให้เครื่องเล่นตัวบนๆ ที่มีราคาสูงมักจะมีโหมด HQ Sound ติดมาให้นั่นเอง
ซึ่งข้อดีของการเปิดฟังก์ชัน HQ Sound ในขณะที่ใช้เครื่องเล่นฟังเพลงอย่างเดียวจะทำให้ตัวเครื่องจะตัดการประมวลผลวีดีโอทิ้งไป และจะมามาเน้นหรือให้ความสำคัญในการประมวลผลสัญญาณเสียงจากคอนเทนท์ที่เรารับฟังอยู่เพียงอย่างเดียว โดยอาจจะทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่าสัญญาณเสียงนั้นดีขึ้นกว่าการไม่ได้เปิดฟังก์ชันดังกล่าว
จากการทดสอบเปิดและปิดฟังก์ชัน HQ Sound ที่อยู่บนตัวของเจ้า Pioneer BDP-X300 โดยกระผมได้ลองใช้เพลง “My Heart Will Go On – Celine Dion” ที่เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ไททานิคในการทดสอบครั้งนี้
หลังจากที่กระผมได้ทดสอบด้วยการเปิดฟังเพลงดังกล่าววนแล้ววนอีกอยู่ประมาณ 30 รอบเห็นจะได้ โดยเปิดฟังวนไปทั้งแบบที่เปิดฟังก์ชัน HQ Sound และแบบที่ปิดฟังก์ชัน HQ Sound ซึ่งก็สังเกตได้ว่าตัวเนื้อเสียงกลางที่เป็นลูกๆ ค่อนไปทางเสียงสูงของ Celine Dion นั้นจะติดจมนิดๆ ถ้าหากไม่ได้เปิด HQ Sound แต่ถ้าหากเทียบกับแบบเปิดฟังก์ชันดังกล่าวแล้วจะรู้สึกว่าเสียงกลางที่ออกมาระหว่างที่นักร้องอ้าปากแล้วค่อยๆ ไล่ลมเสียงออกมาจะมีความพุ้งของเนื้อเสียงที่มากกว่า
ทั้งนี้บางท่านอาจจะสงสัยว่าตัวเครื่องเล่นสามารถรองรับการเล่นไฟล์เพลงแบบไหนได้บ้าง จากที่ทดสอบมานั้นก็ต้องขอบอกเลยว่าสามารถเล่นได้ทั้งไฟล์ MP3, WMA, AAC (.m4a), WAV, FLAC และ DSD (.dff/.dsf) โดยทั้งหมดนี้สามารถเล่นผ่านได้ทั้งในรูปแบบของแผ่น CD/SACD/BD, USB และผ่านทางเครือข่าย Network บนเทคโนโลยี DLNA ได้ทั้งสิ้น
Features – ลูกเล่น
ถึงแม้ว่าบนตัวของเครื่องเล่นจะไม่ได้มีการติดตั้งแอพพลิเคชันใดๆ มาให้ และไม่สามารถใช้งานเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ตได้ก็ตาม แต่ตัวของมันเองยังคงรองรับการเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่าย Network ภายในบ้านได้อยู่ ด้วยการเชื่อมต่อผ่านทางสาย LAN หรือจะเชื่อมต่อไร้สายผ่านทางสัญญาณ WiFi ก็ได้ จึงทำให้ตัวมันเองสามารถรองรับการเล่นไฟล์คอนเทนท์ต่างๆ ผ่านทางเทคโนโลยี DLNA ได้อยู่นะ
ทั้งนี้ทาง Pioneer ก็ไม่ได้ถึงกับใจร้ายอะไรขนาดนั้น จึงได้ทำการใส่ฟังก์ชัน Miracast ที่เอาไว้ให้เราสามารถแชร์ภาพและเสียงจาก Smart Phone และ Tablet ไปแสดงผลยังหน้าจอทีวี นอกจากนี้แล้วเรายังใช้แอพพลิเคชันที่มีชื่อว่า “iControlAV5” ควบควมตัวเครื่องเล่น Blu-ray Player ตัวนี้ได้อีกด้วย โดยที่ Smart Device และตัวเครื่องเล่นจะต้องเชื่อมต่ออยู่ในเครือข่าย LAN เดียวกันนะ
Conclusion – สรุป
ข้อดีของ Pioneer BDP-X300
1. รองรับการเล่นแผ่นได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นแผ่น CD, SACD, DVD และ BD
2. รองรับการเล่นไฟล์คอนเทนท์จาก NAS ผ่านทางเทคโนโลยี DLAN ด้วยการเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่าย LAN และ WiFi ที่ถูกติดตั้งมาในตัว
3. ภายในตัวเครื่องมาพร้อมกับวงจรภาคขยาย DAC Audio ที่รองความสามารถในการแปลงถอดรหัสเสียงได้ที่ความละเอียดระดับ 192 kHz/24-bit
4. ตัวเครื่องมีฟังก์ชัน HQ Sound ที่ช่วยตัดการแสดงผลภาพวีดีโอขณะใช้เล่นเพลง ช่วยให้ลดการรบกวนของสัญญาณที่ไม่พึงประสงค์ได้เป็นอย่างดี
ข้อเสียของ Pioneer BDP-X300
1. ตัวเครื่องเล่นรองรับ Ultra HD (4K/24p) Upscaling แต่ไม่สามารถเล่นแผ่น 4K ได้
2. มีพอร์ต HDMI Out มาให้พอร์ตเดียว ไม่สามารถแยกสัญญาณภาพ และเสียงออกจากกันได้อย่างตายตัวPioneer BDP-X300 เป็นเครื่องเล่น Blu-ray Player ในระดับกลางที่ค่อนไปทางกึ่งๆ ไฮเอ็นด์ มาพร้อมกับความสามารถในการรองรับการเล่นคอนเทนท์ได้อย่างครบครัน ทั้งยังได้รับการติดตั้งวงจรในส่วนของการถอดรหัสเสียงหรือ DAC Audio มาในระดับ Hi-Res แถมยังมีระบบป้องกันการรบกวนของสัญญาณเสียงและภาคจ่ายไฟอีกด้วย ซึ่งสามารถตอบโจทย์ทั้งในแง่ของการใช้รับชมภาพยนตร์และฟังเพลงได้เป็นอย่างดีThis image has an empty alt attribute; its file name is Pioneer_BDP-X300-OG.jpg
Pioneer 3D Blu-ray Player รุ่น BDP-X300เครื่องเล่น Blu-ray Player ตัวนี้จะไม่ได้หวือหวาอะไรมากนัก เนื่องจากไม่รองรับฟังก์ชัน Smart และไม่ได้มีแอพพลิเคชันใดๆ ติดมาให้ได้ใช้งานเลยก็ตามถึงแม้ว่าตัวมันเองจะสามารถเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่าย Network ได้ก็ตาม แต่ว่าทาง Pioneer ยังได้ใจดีใส่ฟังก์ชัน Miracast ที่สามารถเชื่อมต่อตัวเครื่องเล่นเข้ากับ SmartPhone และ Tablet โดยสามารถแชร์ภาพและเสียงผ่านตัวเครื่องเล่นไปออกที่หน้าจอทีวีได้ (ถ้าท่านใดที่ใช้ SmartTV อยู่แล้วก็อาจจะดูไม่ค่อยจำเป็นเท่าใดนัก)
อีกหนึ่งลูกเล่นที่กระผมคิดว่าใช้งานได้จริงนั่นก็คือการคอนโทรลตัวเครื่องเล่นผ่านทางแอพฯ ที่มีชื่อว่า “iControlAV5” ซึ่งสามารถดาวน์โหลดมาติดตั้งได้ทั้งอุปกรณ์ Smart Device ที่เป็นระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เลยล่ะ เอาเป็นว่าถ้าหากท่านใดกำลังมองหาเครื่องเล่น Blu-ray ที่มาพร้อมกับระบบเสียงระดับไฮเอ็นด์ ลองรับเจ้า Pioneer BDP-X300 ไว้พิจารณาอีกสักเครื่องก็ได้นะรับรองว่าท่านต้องชอบเจ้าตัวนี้แน่ๆ
คะแนน
ดีไซน์ (Design)
8.50
ภาพ 2 มิติ ก่อนปรับภาพ (2D Picture Pre-Calibrated)
8.50
เสียง (Sound)
8.75
ลูกเล่น (Features)
8.00
การเชื่อมต่อ (Connectivity)
8.25
ความคุ้มค่า (Value)
8.00
คะแนนตัดสิน (Total)
8.30
คะแนน Pioneer BDP-LX88 4K/60Hz Upscale Universal Playerหมายเหตุ แอพฯ iControlAV5 สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ Google Play Store และ Apple Store ฟรี!Pioneer BDP-X300 – เครื่องเล่น 3D Blu-ray 4K 24p Upscaling รองรับการถ่ายทอดเสียงระดับพรีเมียม

Original price was: 29,995.00 ฿.Current price is: 25,185.00 ฿.

(-16%)

มีสินค้าอยู่ 100

0

PIONEERเครื่องเล่นULTRA24P4Kบลูเรย์ดิกส์3DมิติBDPX300เล่นUSB+BLURAY+DVD+VCD+MP3+CD+CD-RRW+CD+RRW+WMA+WAV+MPEG4+JPMG+DIVXPioneer Multiregion BDP-X300 B 3D Blu-ray Player with Multiregion DVDplayer and High quality CD Playback (Ultra HD Upscaling, DLNA, Miracast, Wifi

built

in, App Control, BD Live, HD interface /– Blackระบบเสียง:5.1CH

ช่องต่อOUTPUT:HDMI,COXIAL,OPTICAL

น้ำหนัก(กิโลกรัม):2.3

ขนาดเครื่อง : 43.5×6.3×25.0😀🤏ราคานี้29995ไม่รวมติดตั้งNOFREELOGISTICราคาสินค้ายังไม่รวมค่าจัดส่งค่าจัดส่งจ่ายเองตามจริงสั่งง่ายจัดส่งเร็วเราทำการขายตลอด24ชั่วโมงเช็คสต๊อกก่อนกดสั่งซื้อเพราะมีหน้าร้านด้วยเพื่อป้องกันความผิดพลาดก่อนที่ท่านจะสั่งซื้ออย่าลืมเช็คสถานะของสินค้าก่อนว่ายังมีเหลืออยู่ในสต๊อคหรอไม่ราคาสินค้าอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบราคาสินค้าอีกครั้งที่ปุ่มด้านล่างนี้ จัดส่งผ่านขนส่งเอกชนถึงหน้าบ้านลูกค้าต้องประกอบสินค้าเองเงื่อนไขการรับประกันกรณีสินค้าชำรุดเสียหายจากการผลิตที่ไม่ได้ชำรุดจากการใช้งานสามารถเปลี่ยนสินค้าใหม่ได้ภายใน7วันนับจากวันที่ได้ส่งสินค้าสินค้าชำรุดจากการใช้งานสามารถนำสินค้าพร้อมใบเสร็จและใบรับประกันส่งเครมซ่อมสินค้าได้ที่ศูนย์บริการใกล้บ้านท่านระยะเวลาในการดำเนินการเปลี่ยนสินค้าซ่อมประมาณ3-30วันทำการโทรติดต่อสั่งซื้อสินค้ายี่ห้อไหนรุ่นไหนจำนวนกี่ตัวกำหนดใช้สินค้าวันไหนต้องการราคาไม่เกินกี่บาทต่อตัวคะหน้าเพจร้านมีสินค้าราคาดีๆใหม่ๆคอยอัพเดทเพิ่มเติมทุกวันด้วยลองคลิ๊กดูคะสนใจรุ่นไหน แค็ปหน้าจอมาแล้วโทรมาเลยฝากกดไลท์ฝากกดแชร์ฝากกดติดตามด้วยคะThankYouคะ😍😻

* Pioneer รุ่น BDP-X300 ถือว่าเป็นเครื่องเล่นอีกตัวหนึ่งที่รองรับการเล่นแผ่น Blu-ray 3D และยังรองรับความสามารถ Ultra HD (4K/24p) Upscaling อีกด้วย ซึ่งถ้าหากคุณผู้อ่านท่านใดใช้งานทีวี 4K อยู่ก็สามารถใช้ฟังก์ชัน 4K Upscaling คอนเทนท์จากแผ่น BD/DVD ให้มีความคมชัดมากยิ่งขึ้นไปได้อีก พร้อมกันนี้ตัวเครื่องเองก็ยังรองรับ Wi-Fi, Miracast และการเล่นไฟล์ผ่านทาง LAN บนเทคโนโลยี DLNA อีกด้วยเช่นกัน

* เครื่องใหม่ ประกันศูนย์ 1 ปี ราคาพิเศษสำหรับแฟนเพจPioneer เครื่องเล่นบลูเรย์ รุ่น BDP-X300(B) ถือว่าเป็นเครื่องเล่นอีกตัวหนึ่งที่รองรับการเล่นแผ่น Blu-ray และยังรองรับความสามารถ Ultra HD (4K/24p) Upscaling อีกด้วย ซึ่งถ้าหากคุณผู้อ่านท่านใดใช้งานทีวี 4K อยู่ก็สามารถใช้ฟังก์ชัน 4K Upscaling คอนเทนท์จากแผ่น BD/DVD ให้มีความคมชัดมากยิ่งขึ้นไปได้อีก

ประเภทแผ่นที่เล่น:DVD,VCD,MP3,CD,CD-R/RW,CD+R/RW,WMA,WAV,MPEG4,JPMG,DIVX

ระบบเสียง:5.1CH

ช่องต่อOUTPUT:HDMI,COXIAL,OPTICAL

น้ำหนัก(กิโลกรัม):2.3

ขนาดเครื่อง : 43.5×6.3×25.0

อื่นๆ:ULTRA HD(4K/24P)UPSCALING (BD/DVD/PC FILE)&BLU-RAY 3D PLAYBACK,BUILT-IN WI-F

รองรับ ULTRA HD(4K/24P) UPSCALING (BD/DVD/PC FILE)&BLU-RAY 3D PLAYBACK,BUILT-IN WI-Fช้อปสินค้าคุณภาพจากที่คุณไว้วางใจด้วยราคาที่คุณชื่นชอบ สินค้าได้รับการออกให้ได้มาตรฐาน มีความทนทาน คุ้มค่าต่อการใช้งาน คุณสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ตามไลฟ์สไตล์ที่คุณชื่นชอบ และเหมาะสมกับการใช้งานที่หลากหลายตามความต้องการในราคาโดนใจPIONEERบริการKerryExpress

อื่นๆ

ULTRA HD(4K/24P)UPSCALING (BD/DVD/PC FILE)&BLU-RAY 3D PLAYBACK,BUILT-IN WI-FI

น้ำหนัก (กิโลกรัม)

2.3

ขนาด (WxHxD) ซม.

43.5×6.3×25.0

ระบบเสียง

5.1CH

ไร้สาย

ใช่ / มี

ชนิดสินค้า

เครื่องเล่น BLU-RAYระบบเสียง:5.1CH

ช่องต่อOUTPUT:HDMI,COXIAL,OPTICAL

น้ำหนัก(กิโลกรัม):2.3

ขนาดเครื่อง : 43.5×6.3×25.0❌เพื่อรักษาสิทธิในการเปลี่ยนสินค้ากรุณาทำตามนี้นะคะ✅1.กรุณารับสินค้าด้วยตนเองหากไม่สะดวกรับสินค้าให้เลื่อนนัดวันเวลารับกับขนส่งให้พอดีเวลากัน

2.เมื่อรถขนส่งสินค้ามาถึงกรุณาถ่ายวิดีโอตั้งแต่ตอนที่(รับสินค้าจากขนส่งจนถึงทดลองใช้สินค้า)ให้จบภายในคลิปVDOเดียวห้ามตัดต่อ

✅ เมื่อคุณลูกค้าได้รับสินค้าแล้วรบกวนอัดคลิปวิดีโอก่อนแกะกล่องพัสดุไว้ด้วยค่ะเพื่อป้องกันการผิดพลาดหากคุณลูกค้าได้รับสินค้าไม่ครบหรือมีสินค้าชำรุดเสียหายหากไม่มีหลักฐานยืนยันทางร้านขออนุญาตไม่รับผิดชอบทุกกรณีนะคะ❤

❌ถ้าไม่มีวีดีโอไม่รับผิดชอบทุกกรณี✅ย้ำไม่รับผิดชอบทุกกรณี❌

หากพัสดุเสียหาย รบกวนปฏิเสธการรับจากทางขนส่งได้เลยค่ะ

เงื่อนไขการรับเคลมสินค้า

1. ก่อนรับสินค้าจนถึงแกะกล่องสินค้าต้องถ่ายคลิปVDO✅ใบปะหน้ากล่องสินค้าให้เห็นชื่อลูกค้าที่อยู่ขณะแกะกล่องสินค้าและสินค้าที่แพ็คในกล่องสินค้า❌โดยไม่ตัดต่อVDOและถ่ายVDOต่อเนื่องในคลิปVDOเดียวจบ❌

2. หากพบว่ากล่องสินค้าชำรุดฉีกขาดแตกหักให้ถ่ายมุมของกล่องสินค้าไว้เป็นหลักฐานก่อนแกะ

3. เมื่อพบปัญหาสินค้าไม่ครบส่งผิดชำรุดแตกหักจากการขนส่งทันทีให้ลูกค้าส่งคลิปหลักฐานและแจ้งเลขที่สั่งซื้อให้แอดมินร้านฯทางแอดมินร้านจะติดต่อประสานงานและแก้ไขปัญหาภายในวันทำการ1วันทำการ

กรณีไม่รับเคลม/คืนสินค้า

1. แจ้งเคลมสินค้าแตกหักเสียหายใช้งานไม่ได้โดยไม่มีคลิปVDOประกอบตามเงื่อนไขที่กำหนด

2. สินค้าเสียหายนอกเหนือจากการขนส่งสินค้าเช่นลูกค้าทำสินค้าชำรุดเองแตกหักจากการติดตั้งหรือเคลื่อนย้ายสินค้าโดยไม่ระมัดระวัง/ทำพลาดล้มตกหล่นหรือมีคน,สัตว์เลี้ยงใบ้านของลูกค้าทำพังหรือปล่อยทิ้งสินค้าไว้เพียงลำพังโดยไม่มีคนเฝ้าระวัง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม(วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา09.00–18.00 น.(เว้นวันหยุดราชการ)หมายเหตุ:กรุณาอ่านก่อนสั่งซื้อๆสินค้าผิดรุ่นเองโดยผู้ซื้อไม่รับเปลี่ยนคืนทุกกรณี/ รับเคลมสินค้าเมื่อมีหลักฐานจากการถ่ายวีดีโอ ก่อนแกะสินค้าเท่านั้นแจ้งลูกค้าทุกท่านทราบ ทางบริษัทไม่มีบริการยกของขึ้นชั้นบนให้กับทางลูกค้าต้องขออภัยไว้ณ.ที่นี่ด้วยค่ะทางเราขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกโปรโมชั่นดังกล่าวโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนดPIONEER เครื่องเล่นบลูเรย์ รุ่น BDP-X300(B)สรุป เครื่องเล่นบลูเรย์ Pioneer BDP-X300 เหมาะกับใคร

Pioneer BDP-X300 เป็นเครื่องเล่นบลูเรย์จาก Pioneer ที่เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องเล่นสื่อบันเทิงต่างๆ กับทีวีโทรทัศน์เครื่องโปรดที่บ้าน โดย BDP-X300 มีคุณสมบัติและฟังก์ชั่นใหม่ๆ มากมายที่ทำให้การใช้งานเป็นได้มากกว่าแค่เครื่องเล่นสื่อบันเทิงทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชั่นในการ Upscale ที่จะช่วยทำให้ไฟล์วิดิโอในความละเอียดต่ำจากแผ่น DVD มีความละเอียดระดับ 4K ได้ รวมถึงการรองรับไฟล์เพลงที่มีความละเอียดสูงมากกว่าปกติอย่างไฟล์สกุล FLAC และ WAV สำหรับการใช้งานนั้นนอกจากจะเล่นแผ่นรูปแบบต่างๆ ได้แล้ว Pioneer BDP-X300 ยังรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi และ Ethernet เพื่อเล่นสื่อบันเทิงต่างๆ จากคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง การควบคุมก็สามารถทำได้ผ่านแอพพลิเคชั่นที่มีบนสมาร์ทโฟนได้ ทำให้เครื่องเล่นบลูเรย์ Pioneer BDP-X300 รุ่นนี้เป็นได้มากกว่าเครื่องเล่นบลูเรย์ทั่วไป และเหมาะแก่ใครก็ตามที่ต้องการจะอัพเกรดระบบบันเทิงในที่พักอาศัยของตน

การเชื่อมต่อ

• HDMI

• Optical

• Coaxial

• USB

• Ethernet

• Analogue Audio Output

อุปกรณ์ในกล่อง

• 1 x ชุดเครื่องเสียง Pioneer BDP-X300

• 1 x รีโมทคอนโทรล

• 1 x คู่มือการใช้งาน

Key-Highlight

• เครื่องเล่นบลูเรย์สำหรับการใช้งานในบ้าน

• คุณสมบัติ Upscale ให้ไฟล์ความละเอียดต่ำสูงขึ้นได้ระดับ 4K

• Upscale พิกเซลได้มากที่สุด 20 เท่า

• เชื่อมต่อเข้า Wi-Fi เพื่อใช้ในการสตรีมสื่อบันเทิงได้

• มี DAC Audio ในตัว เล่นไฟล์ FLAC, WAV ได้

• ควบคุมการใช้ผ่านสมาร์ทโฟนจากแอพ iControlAV5 ได้

รายละเอียดทั่วไป

เครื่องเล่นบลูเรย์ Pioneer BDP-X300

Pioneer BDP-X300 เป็นเรื่องเล่นบลูเรย์จากแบรนด์ Pioneer ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องเสียงและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องจากประเทศญี่ปุ่น โดยสามารถเล่นแผ่นบลูเรย์ได้รวมถึงแผ่นประเภทอื่นอย่าง DVD, CD และ SACD อีกด้วย ซึ่งในส่วนของการเล่นแผ่นรูปแบบต่างๆ ได้นั้น ทาง Pioneer ได้เสริมความสามารถของ BDP-X300 ในเรื่องของเทคโนโลยี Upscale ซึ่งจะทำให้วิดิโอจากแผ่นรูปแบบต่างๆ ที่มีความละเอียดไม่ถึง 4K กลายเป็นวิดิโอในระดับความละเอียด 4K ได้ โดยตัวเครื่องเล่นบลูเรย์รุ่นนี้จาก Pioneer สามารถขยายพิกเซลให้ใหญ่มากกว่าเดิมได้ 20 เท่า ทำให้ไม่ว่าจะเป็นแผ่น DVD เก่าแค่ไหน หากนำมาเล่นผ่าน BDP-X300 ก็จะสามารถแสดงผลภาพออกมาในระดับความละเอียด 4K ได้เช่นกัน นอกจากนี้แล้วตัวเครื่องเล่นบลูเรย์ BDP-X300 ยังรองรับวิธีการเชื่อมต่อรูปแบบต่างๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อ BDP-X300 เข้ากับระบบอินเตอร์เน็ต Wi-Fi ของที่พักผู้ใช้งานเพื่อเล่นสื่อบันเทิงรูปแบบต่างๆ โดยตรง ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเล่นวิดิโอ, เปิดรูปภาพ,และเล่นเกม โดยแสดงผลไปที่หน้าจอทีวีได้ทันที

เครื่องเล่นบลูเรย์ Pioneer BDP-X300

นอกจากนี้เครื่องเล่นสื่อบันเทิงรุ่นนี้จาก Pioneer ยังมี DAC Audio ในตัว ทำให้สามารถเล่นไฟล์เพลงดิจิตัลในระดับความละเอียดที่สูงมากกว่าเดิม เพราะ BDP-X300 นั้นรองรับฟอร์แมตที่มีค่า Sampling Rate มากกว่า 44.1 kHz  ซึ่งมากกว่าฟอร์แมต์แผ่นซีดีทั่วไปได้แล้ว เครื่องเล่นบลูเรย์รุ่นนี้จาก Pioneer จึงสามารถเล่นไฟล์เพลงคุณภาพสูงอย่างไฟล์ WAV และ FLAC ได้อย่างเต็มที่ ในเรื่องของการใช้งานทั่วไปนั้น ผู้ใช้งานยังสามารถควบคุมการใช้งานของ BDP-X300 ผ่านแอพพลิเคชั่น iControlAV5 ซึ่งมีให้ดาวน์โหลดฟรีผ่านระบบปฎิบัติการ Android และ iOS ทำให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมการใช้งานเครื่องเล่นบลูเรย์ได้สะดวกมากขึ้นจากสมาร์ทโฟนหรือแท็ปเล็ตอีกด้วย

หลังจากที่ Pioneer ห่างหายการออกเครื่องเล่น Blu-ray Player มาอยู่สักพักหนึ่ง ซึ่งผนวกกับช่วงตั้งแต่กลางปี 2016 ที่ผ่านมาตลาดในประเทศไทยต่างก็หันไปให้ความสนใจกับเครื่องเล่น Blu-ray Player ที่รองรับการเล่นแผ่น 4K กันอย่างฮือฮา จึงทำให้เหล่าบรรดาแบรนด์ระดับไฮเอ็นด์ต่างพากันดึงเชิงดูเทรนด์ของตลาดกันอยู่นานพอสมควร

ซึ่งการมาของคอนเทนท์ที่มีความคมชัดระดับ 4K ในไทยช่วงที่ผ่านมานั้นก็เริ่มมีให้ได้เลือกซื้อมารับชมอยู่ค่อนข้างบางตาและยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าใดนัก เนื่องด้วยตัวแผ่นคอนเทนท์ยังมีราคาที่ค่อนข้างสูงอยู่พอสมควร ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าจากแบรนด์ Pioneerอย่าง CMG (Central Marketing Group) จึงได้เข็นเจ้า Pioneer รุ่น BDP-X300 ซึ่งเป็นเครื่องเล่น Blu-ray Player ที่เน้นประสิทธิภาพทางด้านเสียงในระดับพรีเมียมออกมาทำตลาด เพื่อมาเอาใจกลุ่มผู้เล่นระดับกลางโดยเฉพาะ

Pioneer BDP-X300 ถือว่าเป็นเครื่องเล่นอีกตัวหนึ่งที่รองรับการเล่นแผ่น Blu-ray 3D และยังรองรับความสามารถ Ultra HD (4K/24p) Upscaling อีกด้วย ซึ่งถ้าหากคุณผู้อ่านท่านใดใช้งานทีวี 4K อยู่ก็สามารถใช้ฟังก์ชัน 4K Upscaling คอนเทนท์จากแผ่น BD/DVD ให้มีความคมชัดมากยิ่งขึ้นไปได้อีก พร้อมกันนี้ตัวเครื่องเองก็ยังรองรับ Wi-Fi, Miracast และการเล่นไฟล์ผ่านทาง LAN บนเทคโนโลยี DLNA อีกด้วยเช่นกัน

สเปคคร่าวๆ ของ Pioneer BDP-X300 มีดังนี้

VIDEO FEATURES

– Ultra HD (4K/24p) Upscaling (BD/DVD/PC File)

– Blu-ray 3D Playback

– 36-bit Deep Colour, “x.v.Colour”

AUDIO FEATURES

– Exclusive Audio DAC Board with 192 kHz/24-bit DAC

– 192 kHz/24-bit Audio Playback (WAV, FLAC, ALAC)

– Multi-Channel (5.1ch, 5.0ch) Audio Playback (WAV, FLAC, DSD)

– Dolby TrueHD/Dolby Digital Plus

– DTS-HD Master Audio/DTS-HD High Resolution Audio/DTS-ES/DTS 96/24

– HQ Sound for Clear Audio Transmission via HDMI

– Shielded Power Supply (SMPS) Circuit Board

– Anti-Standing Wave Insulators (Rear Insulators Only)

NETWORK FEATURES

– DLNA Certified*1 (1.5) with Trick Play Features (Fast/Slow Forward, Fast/Slow Rewind)

– Built-in Wi-Fi (IEEE802.11 b/g/n)

– Miracast via Wi-Fi Direct

Design – การออกแบบ

มาเริ่มดูกันที่ส่วนของงานดีไซน์กันก่อนเลย สำหรับรูปร่างหน้าตาหากเทียบกับรุ่น BDP-100 และ BDP-180 ที่อยู่ในไลน์อัพเดียวกันแล้วล่ะก็ต้องขอบอกเลยว่าหน้าตาเหมือนกันเด๊ะๆ แต่ต้องขอบอกก่อนเลยว่าเจ้า Pioneer BDP-X300 นั้นมีความพิเศษกว่าจริงๆ แต่ไม่ได้พิเศษตรงที่มีตัวอักษร “X” นำหน้านะ ซึ่งเดี๋ยวถ้าตามอ่านกันไปเรื่อยๆ จะต้องร้อง อ๋อ! กันอย่างแน่นอน

ตัวเครื่องที่ทางเราได้มารีวิวจะเป็นรุ่นสีดำ ซึ่งจากที่ได้แอบเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ของ Pioneer พบมีรุ่นที่เป็นสีเงินโลหะด้วย แต่เข้าใจว่าในไทยจะเอาเข้ามาจำหน่ายอยู่สีเดียวคือสีดำ

ด้านหน้าตัวเครื่องจะเป็นหน้ากากพลาสติกสีดำมีการขัดลายออกแนวโลหะนิดๆ ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้

1. ปุ่ม Power สำหรับ เปิด/ปิด ตัวเครื่องเล่น Blu-ray Player

2. ถาดสำหรับใส่แผ่น  BD, DVD, CD และ SACD

3. หน้าจอ LED สำหรับแสดงสถานะของตัวเครื่องเล่น

4. ปุ่มสำหรับกดให้ถาดรับแผ่นคอนเทนท์เด้งเข้าเด้งออก

5. ปุ่ม Stop สำหรับหยุดเล่นคอนเทนท์

6. ช่องต่อ USB 2.0 รองรับการจ่ายไฟ 5V/0.5A จำนวน 1 พอร์ต

7. ปุ่มสำหรับกด Play เพื่อสั่งเล่นคอนเทนท์

เมื่อซูมเข้ามาที่ส่วนทางด้านขวาของตัวเครื่องเล่นจะเห็นว่ามีการบอกรายละเอียดต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน แถมที่ด้านใต้ยังมีการเสริมส่วนที่เป็นขาตั้งแยกออกมาโดยเฉพาะ เพื่อให้มีพื้นที่ช่องว่างสำหรับระบายความร้อนได้สะดวก

พลิกกลับมาที่ด้านหลังของตัวเครื่องเล่น Blu-ray Player กันต่อเลย

โดยที่จุดนี้มีการจัดเรียงพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ ไว้ได้อย่างสวยงามและเป็นระเบียบดี ซึ่งอย่างที่บอกไปว่าเครื่องเล่นตัวนี้จะมีความพิเศษกว่า BDP-100 และ BDP-180 ก็ตรงที่ส่วนที่เป็นพอร์ต HDMI Out, Coaxial และ Analog Audio Out นั้นจะได้รับการเคลือบพื้นผิวด้วย “ทองคำ” อีกชั้นนึงนั่นเอง

นอกจากพอร์ตสำคัญๆ ทางด้านเสียงจะถูกเคลือบพื้นผิวด้วยทองคำแล้ว ภายในตัวของเครื่องเล่นยังมาพร้อมกับระบบลดสัญญาณรบกวนต่างๆ อีกด้วย

พอร์ตเชื่อมต่อที่อยู่ด้านซ้ายทางด้านหลังของตัวเครื่องหลักๆ แล้วจะอยู่ที่บริเวณแถบนี้

ในส่วนของพอร์ตอื่นๆ ตามภาพด้านบนจะประกอบด้วย

1. พอร์ต LAN ที่รองรับความเร็วสูงสุดที่ 100Mbps

2. พอร์ต USB 2.0 รองรับการจ่ายไฟที่ 5V/0.5A จำนวน 1 พอร์ต ซึ่งสามารถต่อเข้ากับ External Hard Disk ได้สบายๆ

3. พอร์ต HDMI Out จำนวน 1 พอร์ต

4. พอร์ต Coaxial จำนวน 1 พอร์ต

5. พอร์ต Optical จำนวน 1 พอร์ต

ถัดมาที่ส่วนทางด้านขวาจะเป็นที่อยู่ของพอร์ต Analog Audio Out จำนวน 1 ชุด และพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อเข้ากับสายไฟหลัก

รีโมทคอนโทรลก็ไม่ได้มีหน้าตาอะไรที่หวือหวามากนัก ซึ่งเน้นที่การใช้งานได้ง่ายเสียมากกว่า โดยทาง Pioneer ก็ได้หยิบปุ่มลัดอย่างเช่น Miracast, Audio, Subtitle และ Video มาใส่ไว้บนรีโมทคอนโทรล เพื่อให้ง่ายต่อการปรับเปลี่ยน

Picture – ภาพ

หลังจากที่ไปไล่ดูในส่วนของดีไซน์บนตัวเครื่องเล่นกันไปแล้วทีนี้ก็ถึงเวลาที่จะมาดูการเล่นไฟล์และแผ่นคอนเทนท์ต่างๆ กันต่อ ซึ่งก็จะได้มาทดสอบกันด้วยว่าคุณภาพของภาพที่ถูกส่งผ่านออกมาจาก Pioneer BDP-X300 นั้นมีความคมชัดและลื่นไหลตลอดการรับชมมากน้อยเพียงใด

หากพร้อมแล้วมาเริ่มที่การใส่แผ่นเข้าไปที่เจ้าเครื่องเล่น Blu-ray Player ตัวนี้กันก่อนเลย

สำหรับความละเอียดในการถ่ายทอดสัญญาณภาพวีดีโอสามารถรองรับการตั้งค่าได้สูงสุดที่ความละเอียดระดับ 4K/24p เนื่องจากตัวเครื่องเล่นรองรับ Ultra HD (4K/24p) Upscaling นั่นเอง

มาเริ่มเปิดเบิร์นเจ้า Pioneer BDP-X300 ด้วยภาพยนตร์เรื่อง “The Revenant” ที่มีเนื้อหาออกแนวผจญภัยและดราม่านิดๆ

สำหรับแนวภาพของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็จะติดย้อมสีออกทึมๆ ให้อารมณ์เคว้งคว้างเล็กน้อย ซึ่งจากที่ได้ลองรับชมตัวเครื่องเล่นก็สามารถถ่ายทอดรายละเอียดของภาพออกมาได้คมชัด และสามารถให้สีสันต่างๆ ได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน

ถัดมากระผมได้ทดสอบความลื่นไหลของภาพจากภาพยนตร์เรื่อง “Fast And Furious 7” หลังจากที่ได้ลองรับชมเนื้อหาของภาพยนตร์เรื่องนี้จนจบเรื่อง พบว่าการส่งผ่านสัญญาณภาพมายังทีวีนั้นสามารถถ่ายทอดภาพออกมาได้อย่างลื่นไหล โดยที่ไม่พบอาการภาพค้างหรือกระตุกระหว่างที่กำลังรับชมคอนเทนท์แต่อย่างใด

ทั้งนี้ในส่วนของการเล่นไฟล์ชนิดต่างๆ นอกจากจะรองรับการเล่นคอนเทนท์ผ่านทางแผ่น Blu-ray 3D, Blu-ray แบบปกติ และ DVD แล้วตัวเครื่องเล่นเองยังรองรับการเล่นไฟล์ผ่านทางพอร์ต USB และ LAN/WiFi ผ่านทางเทคโนโลยี DLNA อีกด้วย

สำหรับการเล่นไฟล์ผ่านทางพอร์ต USB และการเล่นไฟล์ผ่านเทคโนโลยี DLNA หรือการเล่นไฟล์ผ่านระบบ LAN นั้นตัวเครื่องสามารถรองรับการเล่นไฟล์ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันได้ อย่างเช่นไฟล์สกุล DivX (.avi/.divx/.mkv), MP4, WMV, AVI, 3GP, FLV และ RMVB (.rm/.rmvb) ก็สามารถนำมาเล่นบนเครื่องเล่น Blu-ray Player ตัวนี้ได้อย่างหายห่วง

Sound – เสียง

มาถึงเรื่องของเสียงที่เป็นจุดเด่นของเจ้า Pioneer BDP-X300 ตัวนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งแน่นอนว่ามันมาพร้อมกับ DAC Aduio แบบ on Board ในตัวที่สามารถรองรับการถอดรหัสเสียงและไฟล์เพลง Hi-Res Audio ที่มีความละเอียดในระดับ 192 kHz/24-bit ได้อย่างสบายๆ รวมทั้งที่ตัว DAC Audio ก็ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติ Anti-Standing Wave ที่ช่วยลดการรบกวนของคลื่นสัญญาณต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ส่วนที่เป็นขั้วต่อ HDMI Out และขั้วต่อสัญญาณเสียงต่างๆ บนตัวเครื่องยังได้ถูกเคลือบด้วยทองคำแท้ๆ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งผ่านสัญญาณเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และส่วนที่เป็นภาคจ่ายไฟยังได้ถูกติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันสัญญาณรบกวนที่มีชื่อว่า “SMPS Shield Case” อีกด้วย

ในส่วนของการ Output สัญญาณเสียงผ่านพอร์ต HDMI สามารถเลือกได้ทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ Bitstream, PCM และ Reencode

แต่ในส่วนของรีวิวนี้จะเลือกใช้เป็นแบบ Bitstream เนื่องด้วยกระผมใช้ตัวเครื่องเล่นต่อเข้ากับชุด AV Receiver ที่ทำหน้าที่ในการถอดรหัสสัญญาณเสียงก่อนที่จะส่งสัญญาณภาพวีดีโอไปยังทีวี ซึ่งจากที่ได้ทดสอบพบว่าเจ้า Pioneer BDP-X300 สามารถทำการ Bitstream สัญญาณเสียงทั้งแบบ Dolby TrueHD และ DTS-HD Master Audio ได้อย่างลื่นไหล

มาทดสอบที่การใช้รับชมคอนเสิร์ต และการฟังเพลงจากแผ่นซีดีกันบ้างดีกว่า

อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่าเจ้า Pioneer BDP-X300 นั้นมีจุดเด่นที่เรื่องของเสียง เพราะว่าตัวของมันมาพร้อมกับระบบ HQ Sound ซึ่งเป็นระบบที่จะช่วยในการตัดสัญญาณภาพวีดีโอทิ้งในขณะที่เราใช้เจ้าเครื่องเล่น Blu-ray Player ตัวนี้ในการเล่นเพลงจากแผ่น CD/SACD ที่มีแต่เสียงเพลงล้วนๆ ซึ่งไม่นับรวมแผ่น Blu-ray คอนเสิร์ตที่เราจะต้องรับชมทั้งภาพและเสียง หรือถ้าคุณผู้อ่านท่านใดต้องการฟังแต่เสียงก็สามารถตัดภาพวีดีโอทิ้งได้นะ ด้วยฟังก์ชันที่เรียกว่า “HQ Sound” นี้ซึ่งจะมีปุ่มอยู่บนรีโมทคอนโทรล

ฟังก์ชัน HQ Sound ที่ถูกติดตั้งมาบนเครื่องเล่นตัวนี้ทำงานอย่างไร?

สำหรับฟังก์ชัน HQ Sound นั้นจะเป็นฟังก์ชันที่เรามักเจอในกลุ่มของเครื่องเล่นระดับไฮเอ็นด์ หรือกลุ่มผู้เล่นหูเทพหูทองที่เข้ามักใช้กันนั่นล่ะ โดยผู้เล่นกลุ่มนี้มักจะมีการต่อเครื่องเล่น Blu-ray Player เข้ากับชุด AV Receiver, Amplifier และลำโพงระดับไฮเอ็นด์ที่ค่อนข้างจะมีความไวต่อการตอบสนองต่อสัญญาณเสียงในย่านความถี่ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

ถ้าเรามีการเปิดเครื่องเล่น Blu-ray Player เพื่อฟังเพลงจากแผ่น CD/SACD เพียงอย่างเดียว หากเป็นเครื่องเล่นทั่วๆ ไปตัวเครื่องเล่นจะยังมีการประมวลผลสัญญาณภาพอยู่ถึงแม้ว่าตัวคอนเทนท์ที่เราเปิดอยู่จะไม่มีภาพวีดีโอหรือมีแต่เสียงก็ตาม บางครั้งอาจจะทำให้สัญญาณภาพที่ถูกส่งออกมาพร้อมๆ กับสัญญาณเสียงผ่านทางสาย HDMI เส้นเดียวกันอาจถูกบันทอนเสียงลงได้ จึงเป็นเหตุให้เครื่องเล่นตัวบนๆ ที่มีราคาสูงมักจะมีโหมด HQ Sound ติดมาให้นั่นเอง

ซึ่งข้อดีของการเปิดฟังก์ชัน HQ Sound ในขณะที่ใช้เครื่องเล่นฟังเพลงอย่างเดียวจะทำให้ตัวเครื่องจะตัดการประมวลผลวีดีโอทิ้งไป และจะมามาเน้นหรือให้ความสำคัญในการประมวลผลสัญญาณเสียงจากคอนเทนท์ที่เรารับฟังอยู่เพียงอย่างเดียว โดยอาจจะทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่าสัญญาณเสียงนั้นดีขึ้นกว่าการไม่ได้เปิดฟังก์ชันดังกล่าว

จากการทดสอบเปิดและปิดฟังก์ชัน HQ Sound ที่อยู่บนตัวของเจ้า Pioneer BDP-X300 โดยกระผมได้ลองใช้เพลง “My Heart Will Go On – Celine Dion” ที่เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ไททานิคในการทดสอบครั้งนี้

หลังจากที่กระผมได้ทดสอบด้วยการเปิดฟังเพลงดังกล่าววนแล้ววนอีกอยู่ประมาณ 30 รอบเห็นจะได้ โดยเปิดฟังวนไปทั้งแบบที่เปิดฟังก์ชัน HQ Sound และแบบที่ปิดฟังก์ชัน HQ Sound ซึ่งก็สังเกตได้ว่าตัวเนื้อเสียงกลางที่เป็นลูกๆ ค่อนไปทางเสียงสูงของ Celine Dion นั้นจะติดจมนิดๆ ถ้าหากไม่ได้เปิด HQ Sound แต่ถ้าหากเทียบกับแบบเปิดฟังก์ชันดังกล่าวแล้วจะรู้สึกว่าเสียงกลางที่ออกมาระหว่างที่นักร้องอ้าปากแล้วค่อยๆ ไล่ลมเสียงออกมาจะมีความพุ้งของเนื้อเสียงที่มากกว่า

ทั้งนี้บางท่านอาจจะสงสัยว่าตัวเครื่องเล่นสามารถรองรับการเล่นไฟล์เพลงแบบไหนได้บ้าง จากที่ทดสอบมานั้นก็ต้องขอบอกเลยว่าสามารถเล่นได้ทั้งไฟล์ MP3, WMA, AAC (.m4a), WAV, FLAC และ DSD (.dff/.dsf) โดยทั้งหมดนี้สามารถเล่นผ่านได้ทั้งในรูปแบบของแผ่น CD/SACD/BD, USB และผ่านทางเครือข่าย Network บนเทคโนโลยี DLNA ได้ทั้งสิ้น

Features – ลูกเล่น

ถึงแม้ว่าบนตัวของเครื่องเล่นจะไม่ได้มีการติดตั้งแอพพลิเคชันใดๆ มาให้ และไม่สามารถใช้งานเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ตได้ก็ตาม แต่ตัวของมันเองยังคงรองรับการเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่าย Network ภายในบ้านได้อยู่ ด้วยการเชื่อมต่อผ่านทางสาย LAN หรือจะเชื่อมต่อไร้สายผ่านทางสัญญาณ WiFi ก็ได้ จึงทำให้ตัวมันเองสามารถรองรับการเล่นไฟล์คอนเทนท์ต่างๆ ผ่านทางเทคโนโลยี DLNA ได้อยู่นะ

ทั้งนี้ทาง Pioneer ก็ไม่ได้ถึงกับใจร้ายอะไรขนาดนั้น จึงได้ทำการใส่ฟังก์ชัน Miracast ที่เอาไว้ให้เราสามารถแชร์ภาพและเสียงจาก Smart Phone และ Tablet ไปแสดงผลยังหน้าจอทีวี นอกจากนี้แล้วเรายังใช้แอพพลิเคชันที่มีชื่อว่า “iControlAV5” ควบควมตัวเครื่องเล่น Blu-ray Player ตัวนี้ได้อีกด้วย โดยที่ Smart Device และตัวเครื่องเล่นจะต้องเชื่อมต่ออยู่ในเครือข่าย LAN เดียวกันนะ

Conclusion – สรุป

ข้อดีของ Pioneer BDP-X300

1. รองรับการเล่นแผ่นได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นแผ่น CD, SACD, DVD และ BD

2. รองรับการเล่นไฟล์คอนเทนท์จาก NAS ผ่านทางเทคโนโลยี DLAN ด้วยการเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่าย LAN และ WiFi ที่ถูกติดตั้งมาในตัว

3. ภายในตัวเครื่องมาพร้อมกับวงจรภาคขยาย DAC Audio ที่รองความสามารถในการแปลงถอดรหัสเสียงได้ที่ความละเอียดระดับ 192 kHz/24-bit

4. ตัวเครื่องมีฟังก์ชัน HQ Sound ที่ช่วยตัดการแสดงผลภาพวีดีโอขณะใช้เล่นเพลง ช่วยให้ลดการรบกวนของสัญญาณที่ไม่พึงประสงค์ได้เป็นอย่างดี

ข้อเสียของ Pioneer BDP-X300

1. ตัวเครื่องเล่นรองรับ Ultra HD (4K/24p) Upscaling แต่ไม่สามารถเล่นแผ่น 4K ได้

2. มีพอร์ต HDMI Out มาให้พอร์ตเดียว ไม่สามารถแยกสัญญาณภาพ และเสียงออกจากกันได้อย่างตายตัวPioneer BDP-X300 เป็นเครื่องเล่น Blu-ray Player ในระดับกลางที่ค่อนไปทางกึ่งๆ ไฮเอ็นด์ มาพร้อมกับความสามารถในการรองรับการเล่นคอนเทนท์ได้อย่างครบครัน ทั้งยังได้รับการติดตั้งวงจรในส่วนของการถอดรหัสเสียงหรือ DAC Audio มาในระดับ Hi-Res แถมยังมีระบบป้องกันการรบกวนของสัญญาณเสียงและภาคจ่ายไฟอีกด้วย ซึ่งสามารถตอบโจทย์ทั้งในแง่ของการใช้รับชมภาพยนตร์และฟังเพลงได้เป็นอย่างดีThis image has an empty alt attribute; its file name is Pioneer_BDP-X300-OG.jpg

Pioneer 3D Blu-ray Player รุ่น BDP-X300เครื่องเล่น Blu-ray Player ตัวนี้จะไม่ได้หวือหวาอะไรมากนัก เนื่องจากไม่รองรับฟังก์ชัน Smart และไม่ได้มีแอพพลิเคชันใดๆ ติดมาให้ได้ใช้งานเลยก็ตามถึงแม้ว่าตัวมันเองจะสามารถเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่าย Network ได้ก็ตาม แต่ว่าทาง Pioneer ยังได้ใจดีใส่ฟังก์ชัน Miracast ที่สามารถเชื่อมต่อตัวเครื่องเล่นเข้ากับ SmartPhone และ Tablet โดยสามารถแชร์ภาพและเสียงผ่านตัวเครื่องเล่นไปออกที่หน้าจอทีวีได้ (ถ้าท่านใดที่ใช้ SmartTV อยู่แล้วก็อาจจะดูไม่ค่อยจำเป็นเท่าใดนัก)

อีกหนึ่งลูกเล่นที่กระผมคิดว่าใช้งานได้จริงนั่นก็คือการคอนโทรลตัวเครื่องเล่นผ่านทางแอพฯ ที่มีชื่อว่า “iControlAV5” ซึ่งสามารถดาวน์โหลดมาติดตั้งได้ทั้งอุปกรณ์ Smart Device ที่เป็นระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เลยล่ะ เอาเป็นว่าถ้าหากท่านใดกำลังมองหาเครื่องเล่น Blu-ray ที่มาพร้อมกับระบบเสียงระดับไฮเอ็นด์ ลองรับเจ้า Pioneer BDP-X300 ไว้พิจารณาอีกสักเครื่องก็ได้นะรับรองว่าท่านต้องชอบเจ้าตัวนี้แน่ๆ

คะแนน

ดีไซน์ (Design)

8.50

ภาพ 2 มิติ ก่อนปรับภาพ (2D Picture Pre-Calibrated)

8.50

เสียง (Sound)

8.75

ลูกเล่น (Features)

8.00

การเชื่อมต่อ (Connectivity)

8.25

ความคุ้มค่า (Value)

8.00

คะแนนตัดสิน (Total)

8.30

คะแนน Pioneer BDP-LX88 4K/60Hz Upscale Universal Playerหมายเหตุ แอพฯ iControlAV5 สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ Google Play Store และ Apple Store ฟรี!

ข้อมูลเฉพาะของ: PIONEERเครื่องเล่นULTRA24P4Kบลูเรย์ดิกส์3DมิติBDPX300เล่นUSB+BLURAY+DVD+VCD+MP3+CD+CD-RRW+CD+RRW+WMA+WAV+MPEG4+JPMG+DIVX

น้ำหนัก 1 กก.
ขนาด 1 × 1 × 1 เซนติเมตร
PIONEERเครื่องเล่นULTRA24P4Kบลูเรย์ดิกส์3DมิติBDPX300เล่นUSB+BLURAY+DVD+VCD+MP3+CD+CD-RRW+CD+RRW+WMA+WAV+MPEG4+JPMG+DIVX
PIONEERเครื่องเล่นULTRA24P4Kบลูเรย์ดิกส์3DมิติBDPX300เล่นUSB+BLURAY+DVD+VCD+MP3+CD+CD-RRW+CD+RRW+WMA+WAV+MPEG4+JPMG+DIVX

Original price was: 29,995.00 ฿.Current price is: 25,185.00 ฿.

บีลีฟซอร์สซิ่ง ตลาดกลางค้าวัสดุก่อสร้าง บ้าน อาคาร
Logo