<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>หลอดไฟ ประหยัดไฟ &#8211; บีลีฟซอร์สซิ่ง ตลาดกลางค้าวัสดุก่อสร้าง บ้าน อาคาร</title>
	<atom:link href="https://beelievesourcing.co.th/product-tag/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%9F-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%9F/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://beelievesourcing.co.th</link>
	<description>แหล่งหาวัสดุก่อสร้าง และตกแต่ง ทั้งผู้ผลิต ผู้ขาย ผู้บริการ ในราคาถูก และน่าเชื่อถือ</description>
	<lastBuildDate>Sat, 07 Mar 2020 08:47:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://beelievesourcing.co.th/wp-content/uploads/2019/03/cropped-BEELIEVE-sourcing-LOGOFAVICON-57x57px-1-e1485748576279-32x32.png</url>
	<title>หลอดไฟ ประหยัดไฟ &#8211; บีลีฟซอร์สซิ่ง ตลาดกลางค้าวัสดุก่อสร้าง บ้าน อาคาร</title>
	<link>https://beelievesourcing.co.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>หลอดไฟ LED 9w</title>
		<link>https://beelievesourcing.co.th/product/philips-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%9f-led/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[โฮมโซลูชั่นเซ็นเตอร์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 May 2018 10:21:18 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://store.r74jd6gz-liquidwebsites.com/?post_type=product&#038;p=66105</guid>

					<description><![CDATA[<strong>PHILIPS หลอดไฟ LED</strong>

<strong>ยี่ห้อ</strong> : Philips  <strong>สี</strong> : สีเดย์ไลท์
<strong>วัตต์</strong> : 9w
<strong>คุณสมบัติสินค้า</strong>
<ul>
 	<li>สามารถเปลี่ยนแทนหลอดเดิมได้ทันที</li>
 	<li>ความสว่างสามารถเปรียบเทียบกับหลอดไส้ 60วัตต์ได้</li>
 	<li>สว่างทันทีเมือเปิดใช้งาน</li>
 	<li>ไม่มีรังสียูวี</li>
 	<li>ความสว่าง 806 lm</li>
 	<li>กินไฟเพียง 9 – 9.5 วัตต์ สามารถลดค่าไฟได้ถึง 85%</li>
 	<li>ไม่สามารถดิมเมอร์ได้</li>
 	<li>มีแสงให้เลือก 2สี คือ โทนแสงขาว Daylight และโทนแสงเหลือง Warmwhite
<span style="color: #282828;">9w (Daylight) 9.5w(Warm White)</span></li>
</ul>
<span style="color: #ed1c24;"><strong>ราคารวมภาษี ไม่รวมขนส่ง</strong></span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h1><span style="font-size: 75%;"><strong>PHILIPS หลอดไฟ LED</strong></span></h1>
<p><strong>PHILIPS หลอดไฟ LED มีรายละเอียดดังนี้</strong></p>
<ul>
<li>อายุการใช้งานของหลอดไฟ: 15000 ชั่วโมง</li>
<li>หลอดไฟ Philips LED ไม่มีวัสดุที่เป็นอันตราย ทำให้ปลอดภัยสำหรับทุกๆ ห้องและสะดวกในการรีไซเคิล</li>
<li>เชื่อถือได้กับข้อมูลที่ Philips ระบุไว้บนบรรจุภัณฑ</li>
<li>ให้แสงสว่างสูงสุดทันทีที่กดสวิตช์</li>
<li><strong>คุณสมบัติสินค้า</strong>
<ul>
<li>สามารถเปลี่ยนแทนหลอดเดิมได้ทันที</li>
<li>ความสว่างสามารถเปรียบเทียบกับหลอดไส้ 60วัตต์ได้</li>
<li>สว่างทันทีเมือเปิดใช้งาน</li>
<li>ไม่มีรังสียูวี</li>
<li>ความสว่าง 806 lm</li>
<li>กินไฟเพียง 9 – 9.5 วัตต์ สามารถลดค่าไฟได้ถึง 85%</li>
<li>ไม่สามารถดิมเมอร์ได้</li>
<li>มีแสงให้เลือก 2สี คือ โทนแสงขาว Daylight และโทนแสงเหลือง Warmwhite<br />
9w (Daylight) 9.5w(Warm White)</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p>คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าไฟฟ้า และแสงสว่างเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับการดำรงชีวิตของเราทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมเมือง ตามบ้านพักอาศัยทั่วไป คอนโดมิเนียม หรือสถานที่ต่างๆ จำเป็นต้องใช้แสงสว่างจากหลอดไฟประเภทต่างๆด้วยกันทั้งนั้น นอกจากจะให้ประโยชน์ในเรื่องแสงสว่างแล้ว ยังให้ประโยชน์ในแง่ของความงาม ช่วยในการตกแต่ง และสร้างบรรยากาศอีกด้วย แต่ไม่ว่าเราจะใช้ประโยชน์จากแสงสว่าง เพื่อการใช้งาน หรือเพื่อการตกแต่งสร้างบรรยากาศ แหล่งกำเนิดแสงที่สำคัญ ก็ล้วนมาจากหลอดไฟประเภทต่างๆทั้งสิ้น</p>
<h4><strong>คุณสมบัติของหลอดไฟ</strong></h4>
<ol>
<li><strong>ค่าฟลักซ์การส่องสว่าง</strong> (Luminous Flux) เป็นปริมาณแสงสว่างทั้งหมดที่ได้จากแหล่งกำเนิดแสง มีหน่วยวัดเป็นลูเมน (lm)</li>
<li><strong>ค่าความสว่าง</strong> (llluminance) เป็นปริมาณแสงสว่างที่ตกกระทบบนวัตถุ (lumen) ต่อ 1 หน่วยพื้นที่ มีหน่วยเป็น lm/sq.m. หรือ lux นั่นเอง โดยทั่วไป อาจเรียกว่า ระดับความสว่าง (Lighting level) จึงเป็นตัวที่บอกว่าแสงที่ได้เพียงพอหรือไม่</li>
<li><strong>ค่าความเข้มการส่องสว่าง</strong> (Luminous Intensity) เป็นความเข้มของแสงที่ส่องออกมาจากวัตถุ โดยทั่วไปจะวัดเป็นจำนวนเท่าของความเข้มที่ได้จากเทียนไข 1 เล่ม จึงมีหน่วยเป็นแคนเดลา (Candela, cd)</li>
<li><strong>ค่าความส่องสว่าง</strong> (Luminance) เป็นตัวที่บอกปริมาณแสงที่สะท้อนออกมาจากวัตถุ (candela) ต่อ 1 หน่วยพื้นที่ มีหน่วยเป็น cd/sq.m. บางครั้งจึงอาจเรียกว่าความจ้า (Brightness)</li>
<li><strong>ค่าประสิทธิผล</strong> (Efficacy) เป็นปริมาณแสงสว่างที่ออกมาต่อกำลังไฟฟ้าที่ใช้ (watt) มีหน่วยวัดเป็น lm/w หลอดที่มีค่าประสิทธิผลสูงแสดงว่าหลอดนี้ให้ปริมาณแสงออกมามากแต่ใช้กำลังไฟฟ้าน้อย</li>
<li><strong>ค่าความถูกต้องของสี</strong> (Colour Rendering, Ra หรือ CRI) เป็นค่าที่ใช้บอกว่าหลอดไฟประเภทต่างๆ เมื่อแสงส่องสีไปบนวัตถุจะทำให้สีของวัตถุนั้นผิดเพี้ยนจากความเป็นจริงมากน้อยเพียงใด ไม่มีหน่วยแต่มักเรียกเป็น % ตามค่าความถูกต้องค่ะ แสงอาทิตย์มีค่า Ra = 100 เพราะแสงอาทิตย์ให้สเปกตรัมครบทุกสี เมื่อส่องไปบนวัตถุจะไม่เห็นความผิดเพี้ยนของสี</li>
<li><strong>ค่าอุณหภูมิสีของแสง</strong> (Color Temperatrre TK) สีของแสงที่ได้จากหลอดไฟเทียบกับสีที่เกิดจากการเผาวัตถุดำอุดมคติให้ร้อนที่อุณหภูมินั้น มีหน่วยเป็นเคลวิน (k) อุณหภูมิสีเป็นตัวที่บอกว่าแสงที่ได้มีความขาวมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีค่าอุณหภูมิสีของแสงต่ำแสงที่ได้จะออกมาในโทนเหลืองหรือแดง ถ้ามีค่าอุณหภูมิสีของแสงสูงแสงที่ได้จะออกมาในโทนขาวกว่า ในท้องตลาดทั่วไปมีให้เลือก 3 โทนสี</li>
</ol>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">มาดูโทนสีของอุณหภูมิสี ของแสงกันดีกว่า ซึ่งเรื่องนี้ควรจะรู้เพื่อการเลือกซื้อที่ถูกต้องนะคะ  เพราะถ้าเวลาไปซื้อ แล้วดูแต่จำนวนวัตต์อย่างเดียว ไม่ได้ดูอุณหภูมิสีของแสงด้วย อยากได้แสงขาวก็อาจจะได้แสงเหลืองมา หรืออยากให้ห้องเหลืองๆดูอบอุ่นก็อาจจะได้แสงขาวเว่อร์มาไม่ถูกใจได้ค่ะ</div>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<p><strong>        สีวอร์มไวท์ (Warm white)</strong> ให้แสงสีแดงออกโทนส้ม เป็นโทนสีร้อน โทนอบอุ่น ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ ต่ำกว่า 3,000 เคลวิน</p>
<p><strong>        สีคูลไวท์ (Cool white)</strong> ให้แสงสีจะเริ่มออกมาทางสีขาว เป็นโทนสีที่ดูเย็นสบายตา ดูค่อนข้างสว่างกว่าเมื่อเทียบกับสีวอร์มไวท์ Warm white ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ 3,000-4,500 เคลวิน</p>
<p><strong>        สีเดย์ไลท์ (Day light)</strong> ให้แสงสีโทนออกขาวอมฟ้า แต่คล้ายแสงธรรมชาติตอนเวลากลางวัน ดังนั้นค่าความถูกต้องของสีจึงมีมากกว่าเมื่อเทียบกับสีวอร์มไวท์ Warm white หรือสีคูลไวท์ Cool white ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ 4,500-6,500 เคลวิน ขึ้นไป</p>
</div>
</div>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<p>ค่าคุณสมบัติของหลอดไฟต่างๆเหล่านี้ ส่วนมากมักจะมีบอกอยู่ที่ข้างกล่อง หรือฉลากกำกับผลิตภัณฑ์นะคะ ขอแค่เพื่อนๆมีความเข้าใจเป็นความรู้พื้นฐาน เพื่อนำมาเลือกซื้อหลอดไฟประเภทต่างๆมาใช้ได้อย่างเหมาะสมกันค่ะ</p>
<p><strong>สิ่งที่ต้องคำนึงในการเลือกซื้อหลอดไฟ</strong></p>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<ul>
<li>อันดับแรก เพื่อนๆต้องสำรวจหลอดไฟเดิมกันก่อนนะคะ ว่าใช้<strong>หลอดรูปทรงแบบไหน</strong> เพื่อกำหนดการใช้งาน ทิศทางการให้แสง และองศาของแสง</li>
<li><strong>ขั้วหลอด</strong>ที่ใช้กับโคมเดิม เป็นแบบไหน เป็นขั้วเกลียว ขั้วเกลียวเล็ก ขั้วเข็ม หรือขั้วเสียบ</li>
<li>ต้อง<strong>มีอุปกรณ์ใดที่ใช้กับหลอดไฟ หรือโคมไฟ</strong> เช่น หม้อแปลง บัลลาสต์ สวิสต์หรีไฟ</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<ul>
<li>สิ่งสำคัญต่อมา คือ <strong>พิจารณาคุณสมบัติของหลอดไฟ</strong> เพราะว่าบางครั้งหลอดไฟที่ใช้อยู่นั้นอาจไม่เป็นที่ถูกใจ หรือเหมาะสมกับการใช้งาน ให้แสงที่จ้าเกินไป ให้แสงที่ขาวเกินไปเป็นต้น จุดนี้แหละที่ทำให้ไอเดียอยู่สบายแนะนำค่าคุณสมบัติของหลอดไฟให้เพื่อนๆได้รู้จักกันก่อนตอนต้น เพื่อนๆจะได้เลือกจากข้างกล่องหรือฉลากกำกับผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสมค่ะ<br />
และเลือกใช้หลอดไฟที่มีความแม่นยำของแสงของสี ควรเลือกซื้อหลอดไฟที่มีค่าความถูกต้องของสี Ra=80 เป็นต้นไปนะคะ (ขึ้นกับการใช้งานด้วยค่ะ)</li>
<li><strong>อายุการใช้งาน</strong>ของหลอดไฟ เลือกหลอดไฟประเภทที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานหน่อย จะได้ไม่ต้องดูแลรักษามากค่ะ</li>
<li><strong>ราคา</strong> ค่าซื้อหลอด ค่าเปลี่ยนและดูแลหลอด ราคามักจะสัมพันธ์กับอายุการใช้งาน อายุการใช้งานยาวนานมักมีราคาค่าหลอดไฟที่แพงกว่า ส่วนที่อายุการใช้งานสั้นก็ต้องเปลี่ยนบ่อย ราคาหลอดถูกกว่าก็จริง แต่อาจจะต้องไปเสียค่ารถ ค่าเสียเวลาในการไปซื้อ หรือซื้อมาตุนนี่ยิ่งแล้วใหญ่ ลองเลือกดูนะคะ แต่แนะนำว่าอย่าเสียน้อยเสียยาก เสียมาเสียง่ายเลยค่ะ</li>
<li>เลือกยี่ห้อที่เป็นที่รู้จัก และ<strong>ได้การรับรองมาตราฐานสินค้า</strong> ดูได้จากสัญลักษณ์ที่กำกับข้างกล่องผลิตภัณฑ์นะคะ</li>
</ul>
</div>
</div>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หลอดไฟ LED</title>
		<link>https://beelievesourcing.co.th/product/led-toshiba-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%9f/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[โฮมโซลูชั่นเซ็นเตอร์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 May 2018 08:55:25 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://store.r74jd6gz-liquidwebsites.com/?post_type=product&#038;p=66103</guid>

					<description><![CDATA[<strong>Toshiba หลอดไฟ LED  8w</strong>

<strong>ยี่ห้อ</strong> : Toshiba  <strong>สี</strong> : สีเดย์ไลท์  <strong>วัตต์</strong> : 8w
<ul>
 	<li>เกลียวมาตรฐาน E27</li>
 	<li>ประหยัดไฟ 80% เมื่อเทียบกับหลอดไส้</li>
 	<li>อายุการใช้งานยาวนาน 15,000 ชั่วโมง</li>
 	<li>ให้แสงสว่างนุ่มนวล สบายตา ระบายความร้อนได้ดี</li>
 	<li>มีขนาดที่เหมาะสม ติดตั้งได้ง่าย</li>
 	<li>ประหยัดพลังงาน ให้ความสว่างสูง แต่กินไฟน้อย</li>
 	<li>เหมาะกับพื้นที่ ที่ต้องการใช้ไฟ เป็นระยะเวลานาน ๆ อาทิ ไฟสนาม ไฟหน้าบ้านเป็นต้น</li>
</ul>
<strong>คำเตือน</strong>
<ul>
 	<li>ห้ามเปลี่ยนหรือติดตั้งขณะที่ยังเปิดสวิทช์ หรือตัวเปียกชื้น</li>
 	<li>ปิดสวิทช์ก่อนการติดตั้ง การตรวจสอบ หรือทำความสะอาด</li>
 	<li>ห้ามดัดแปลงหรือใช้ร่วมกับอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน</li>
 	<li>ควรติดตั้งใช้พ้นมือเด็กและบริเวณที่มีความร้อนสูง</li>
 	<li>ห้ามติดตั้งกับระบบไฟผิดขนาด</li>
 	<li>ตรวจสอบขั้ว และระบบไฟก่อนติดตั้ง</li>
</ul>
<span style="color: #ed1c24;"><strong>ราคารวมภาษี ไม่รวมขนส่ง</strong></span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h1><span style="font-size: 75%;"><strong>LED Toshiba หลอดไฟ</strong></span></h1>
<p><strong>Toshibaหลอดไฟ LED มีรายละเอียดดังนี้</strong></p>
<ul>
<li>เกลียวมาตรฐาน E27</li>
<li>ประหยัดไฟ 80% เมื่อเทียบกับหลอดไส้</li>
<li>อายุการใช้งานยาวนาน 15,000 ชั่วโมง</li>
<li>ให้แสงสว่างนุ่มนวล สบายตา ระบายความร้อนได้ดี</li>
<li>มีขนาดที่เหมาะสม ติดตั้งได้ง่าย</li>
<li>ประหยัดพลังงาน ให้ความสว่างสูง แต่กินไฟน้อย</li>
<li>เหมาะกับพื้นที่ ที่ต้องการใช้ไฟ เป็นระยะเวลานาน ๆ อาทิ ไฟสนาม ไฟหน้าบ้านเป็นต้น</li>
</ul>
<p>คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าไฟฟ้า และแสงสว่างเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับการดำรงชีวิตของเราทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมเมือง ตามบ้านพักอาศัยทั่วไป คอนโดมิเนียม หรือสถานที่ต่างๆ จำเป็นต้องใช้แสงสว่างจากหลอดไฟประเภทต่างๆด้วยกันทั้งนั้น นอกจากจะให้ประโยชน์ในเรื่องแสงสว่างแล้ว ยังให้ประโยชน์ในแง่ของความงาม ช่วยในการตกแต่ง และสร้างบรรยากาศอีกด้วย แต่ไม่ว่าเราจะใช้ประโยชน์จากแสงสว่าง เพื่อการใช้งาน หรือเพื่อการตกแต่งสร้างบรรยากาศ แหล่งกำเนิดแสงที่สำคัญ ก็ล้วนมาจากหลอดไฟประเภทต่างๆทั้งสิ้น</p>
<p><strong>คุณสมบัติของหลอดไฟ</strong></p>
<ol>
<li><strong>ค่าฟลักซ์การส่องสว่าง</strong> (Luminous Flux) เป็นปริมาณแสงสว่างทั้งหมดที่ได้จากแหล่งกำเนิดแสง มีหน่วยวัดเป็นลูเมน (lm)</li>
<li><strong>ค่าความสว่าง</strong> (llluminance) เป็นปริมาณแสงสว่างที่ตกกระทบบนวัตถุ (lumen) ต่อ 1 หน่วยพื้นที่ มีหน่วยเป็น lm/sq.m. หรือ lux นั่นเอง โดยทั่วไป อาจเรียกว่า ระดับความสว่าง (Lighting level) จึงเป็นตัวที่บอกว่าแสงที่ได้เพียงพอหรือไม่</li>
<li><strong>ค่าความเข้มการส่องสว่าง</strong> (Luminous Intensity) เป็นความเข้มของแสงที่ส่องออกมาจากวัตถุ โดยทั่วไปจะวัดเป็นจำนวนเท่าของความเข้มที่ได้จากเทียนไข 1 เล่ม จึงมีหน่วยเป็นแคนเดลา (Candela, cd)</li>
<li><strong>ค่าความส่องสว่าง</strong> (Luminance) เป็นตัวที่บอกปริมาณแสงที่สะท้อนออกมาจากวัตถุ (candela) ต่อ 1 หน่วยพื้นที่ มีหน่วยเป็น cd/sq.m. บางครั้งจึงอาจเรียกว่าความจ้า (Brightness)</li>
<li><strong>ค่าประสิทธิผล</strong> (Efficacy) เป็นปริมาณแสงสว่างที่ออกมาต่อกำลังไฟฟ้าที่ใช้ (watt) มีหน่วยวัดเป็น lm/w หลอดที่มีค่าประสิทธิผลสูงแสดงว่าหลอดนี้ให้ปริมาณแสงออกมามากแต่ใช้กำลังไฟฟ้าน้อย</li>
<li><strong>ค่าความถูกต้องของสี</strong> (Colour Rendering, Ra หรือ CRI) เป็นค่าที่ใช้บอกว่าหลอดไฟประเภทต่างๆ เมื่อแสงส่องสีไปบนวัตถุจะทำให้สีของวัตถุนั้นผิดเพี้ยนจากความเป็นจริงมากน้อยเพียงใด ไม่มีหน่วยแต่มักเรียกเป็น % ตามค่าความถูกต้องค่ะ แสงอาทิตย์มีค่า Ra = 100 เพราะแสงอาทิตย์ให้สเปกตรัมครบทุกสี เมื่อส่องไปบนวัตถุจะไม่เห็นความผิดเพี้ยนของสี</li>
<li><strong>ค่าอุณหภูมิสีของแสง</strong> (Color Temperatrre TK) สีของแสงที่ได้จากหลอดไฟเทียบกับสีที่เกิดจากการเผาวัตถุดำอุดมคติให้ร้อนที่อุณหภูมินั้น มีหน่วยเป็นเคลวิน (k) อุณหภูมิสีเป็นตัวที่บอกว่าแสงที่ได้มีความขาวมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีค่าอุณหภูมิสีของแสงต่ำแสงที่ได้จะออกมาในโทนเหลืองหรือแดง ถ้ามีค่าอุณหภูมิสีของแสงสูงแสงที่ได้จะออกมาในโทนขาวกว่า ในท้องตลาดทั่วไปมีให้เลือก 3 โทนสี</li>
</ol>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">มาดูโทนสีของอุณหภูมิสี ของแสงกันดีกว่า ซึ่งเรื่องนี้ควรจะรู้เพื่อการเลือกซื้อที่ถูกต้องนะคะ  เพราะถ้าเวลาไปซื้อ แล้วดูแต่จำนวนวัตต์อย่างเดียว ไม่ได้ดูอุณหภูมิสีของแสงด้วย อยากได้แสงขาวก็อาจจะได้แสงเหลืองมา หรืออยากให้ห้องเหลืองๆดูอบอุ่นก็อาจจะได้แสงขาวเว่อร์มาไม่ถูกใจได้ค่ะ</div>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<p><strong>        สีวอร์มไวท์ (Warm white)</strong> ให้แสงสีแดงออกโทนส้ม เป็นโทนสีร้อน โทนอบอุ่น ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ ต่ำกว่า 3,000 เคลวิน</p>
<p><strong>        สีคูลไวท์ (Cool white)</strong> ให้แสงสีจะเริ่มออกมาทางสีขาว เป็นโทนสีที่ดูเย็นสบายตา ดูค่อนข้างสว่างกว่าเมื่อเทียบกับสีวอร์มไวท์ Warm white ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ 3,000-4,500 เคลวิน</p>
<p><strong>        สีเดย์ไลท์ (Day light)</strong> ให้แสงสีโทนออกขาวอมฟ้า แต่คล้ายแสงธรรมชาติตอนเวลากลางวัน ดังนั้นค่าความถูกต้องของสีจึงมีมากกว่าเมื่อเทียบกับสีวอร์มไวท์ Warm white หรือสีคูลไวท์ Cool white ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ 4,500-6,500 เคลวิน ขึ้นไป</p>
</div>
</div>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<p>ค่าคุณสมบัติของหลอดไฟต่างๆเหล่านี้ ส่วนมากมักจะมีบอกอยู่ที่ข้างกล่อง หรือฉลากกำกับผลิตภัณฑ์นะคะ ขอแค่เพื่อนๆมีความเข้าใจเป็นความรู้พื้นฐาน เพื่อนำมาเลือกซื้อหลอดไฟประเภทต่างๆมาใช้ได้อย่างเหมาะสมกันค่ะ</p>
<p><strong>สิ่งที่ต้องคำนึงในการเลือกซื้อหลอดไฟ</strong></p>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<ul>
<li>อันดับแรก เพื่อนๆต้องสำรวจหลอดไฟเดิมกันก่อนนะคะ ว่าใช้<strong>หลอดรูปทรงแบบไหน</strong> เพื่อกำหนดการใช้งาน ทิศทางการให้แสง และองศาของแสง</li>
<li><strong>ขั้วหลอด</strong>ที่ใช้กับโคมเดิม เป็นแบบไหน เป็นขั้วเกลียว ขั้วเกลียวเล็ก ขั้วเข็ม หรือขั้วเสียบ</li>
<li>ต้อง<strong>มีอุปกรณ์ใดที่ใช้กับหลอดไฟ หรือโคมไฟ</strong> เช่น หม้อแปลง บัลลาสต์ สวิสต์หรีไฟ</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<ul>
<li>สิ่งสำคัญต่อมา คือ <strong>พิจารณาคุณสมบัติของหลอดไฟ</strong> เพราะว่าบางครั้งหลอดไฟที่ใช้อยู่นั้นอาจไม่เป็นที่ถูกใจ หรือเหมาะสมกับการใช้งาน ให้แสงที่จ้าเกินไป ให้แสงที่ขาวเกินไปเป็นต้น จุดนี้แหละที่ทำให้ไอเดียอยู่สบายแนะนำค่าคุณสมบัติของหลอดไฟให้เพื่อนๆได้รู้จักกันก่อนตอนต้น เพื่อนๆจะได้เลือกจากข้างกล่องหรือฉลากกำกับผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสมค่ะ<br />
และเลือกใช้หลอดไฟที่มีความแม่นยำของแสงของสี ควรเลือกซื้อหลอดไฟที่มีค่าความถูกต้องของสี Ra=80 เป็นต้นไปนะคะ (ขึ้นกับการใช้งานด้วยค่ะ)</li>
<li><strong>อายุการใช้งาน</strong>ของหลอดไฟ เลือกหลอดไฟประเภทที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานหน่อย จะได้ไม่ต้องดูแลรักษามากค่ะ</li>
<li><strong>ราคา</strong> ค่าซื้อหลอด ค่าเปลี่ยนและดูแลหลอด ราคามักจะสัมพันธ์กับอายุการใช้งาน อายุการใช้งานยาวนานมักมีราคาค่าหลอดไฟที่แพงกว่า ส่วนที่อายุการใช้งานสั้นก็ต้องเปลี่ยนบ่อย ราคาหลอดถูกกว่าก็จริง แต่อาจจะต้องไปเสียค่ารถ ค่าเสียเวลาในการไปซื้อ หรือซื้อมาตุนนี่ยิ่งแล้วใหญ่ ลองเลือกดูนะคะ แต่แนะนำว่าอย่าเสียน้อยเสียยาก เสียมาเสียง่ายเลยค่ะ</li>
<li>เลือกยี่ห้อที่เป็นที่รู้จัก และ<strong>ได้การรับรองมาตราฐานสินค้า</strong> ดูได้จากสัญลักษณ์ที่กำกับข้างกล่องผลิตภัณฑ์นะคะ</li>
</ul>
</div>
</div>
</div>
</div>
<p><strong>คำเตือน</strong></p>
<ul>
<li>ห้ามเปลี่ยนหรือติดตั้งขณะที่ยังเปิดสวิทช์ หรือตัวเปียกชื้น</li>
<li>ปิดสวิทช์ก่อนการติดตั้ง การตรวจสอบ หรือทำความสะอาด</li>
<li>ห้ามดัดแปลงหรือใช้ร่วมกับอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน</li>
<li>ควรติดตั้งใช้พ้นมือเด็กและบริเวณที่มีความร้อนสูง</li>
<li>ห้ามติดตั้งกับระบบไฟผิดขนาด</li>
<li>ตรวจสอบขั้ว และระบบไฟก่อนติดตั้ง</li>
</ul>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หลอดประหยัดไฟ PHILIPS Tornado</title>
		<link>https://beelievesourcing.co.th/product/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%9f-philips-tornado/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[โฮมโซลูชั่นเซ็นเตอร์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 May 2018 08:53:24 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://store.r74jd6gz-liquidwebsites.com/?post_type=product&#038;p=66080</guid>

					<description><![CDATA[<strong>PHILIPS Tornado หลอดประหยัดไฟ</strong>

<strong>ยี่ห้อ</strong> : Philips  <strong>สี</strong> : สีเดย์ไลท์ สีวอร์มไวท์
<ul>
 	<li>ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม ด้วยคุณภาพที่เชื่อถือได้</li>
 	<li>ประหยัดไฟถึง 80% เมื่อเทียบกับหลอดไส้</li>
 	<li>อายุการใช้งานนานกว่าหลอดไส้ถึง 8 เท่า</li>
 	<li>หลอดจุดติดที่แรงไฟฟ้า 170V-250V</li>
 	<li>ห้ามใช้ร่วมกับอุปกรณ์หรี่ไฟ สวิทช์เรืองแสงและรีโมทคอนโทรล</li>
 	<li>เพื่ออายุการใช้งานสูงสุด ควรใช้งานหลอดไฟในโคมที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก<strong>คำแนะนำ</strong>
<ul>
 	<li>ตรวจสอบขั้วและระบบไฟก่อนติดตั้ง</li>
 	<li>ตรวจสอบการใช้งานร่วมกันได้กับสวิช์อเล็กทรอนิกส์ก่อนทุกครั้ง</li>
 	<li>ห้ามติดตั้งกับระบบไฟผิดขนาด</li>
</ul>
</li>
</ul>
<span style="color: #ed1c24;"><strong>ราคารวมภาษี ไม่รวมขนส่ง</strong></span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h1><span style="font-size: 75%;">หลอดประหยัดไฟ PHILIPS Tornado</span></h1>
<p><strong>PHILIPS Tornado หลอดประหยัดไฟ มีรายละเอียดดังนี้</strong></p>
<ul>
<li>ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม ด้วยคุณภาพที่เชื่อถือได้</li>
<li>ประหยัดไฟถึง 80% เมื่อเทียบกับหลอดไส้</li>
<li>อายุการใช้งานนานกว่าหลอดไส้ถึง 8 เท่า</li>
<li>หลอดจุดติดที่แรงไฟฟ้า 170V-250V</li>
<li>ห้ามใช้ร่วมกับอุปกรณ์หรี่ไฟ สวิทช์เรืองแสงและรีโมทคอนโทรล</li>
<li>เพื่ออายุการใช้งานสูงสุด ควรใช้งานหลอดไฟในโคมที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก*<strong>ประหยัดไฟด้วยผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน</strong>หลอดประหยัดไฟ Philips ทุกรุ่นประหยัดไฟนับตั้งแต่การเปิดสวิตช์ครั้งแรก  ตลอดอายุการใช้งานของหลอดไฟ Philips กินไฟเป็นกิโลวัตต์ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ช่วยให้ประหยัดไฟ ระดับการประหยัดไฟจะขึ้นอยู่กับประเภทของโคมไฟและเทคโนโลยี<strong>* ลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</strong>หลอดประหยัดไฟช่วยลดปริมาณการใช้พลังงานในบ้านของคุณ จึงไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าไฟเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เมื่อต่างฝ่ายร่วมมือร่วมใจกัน เราจึงสามารถสร้างสรรค์โลกที่น่าอยู่มากยิ่งขึ้น<strong>*ความสว่างที่ประหยัดไฟ</strong>โดยปกติแล้วความสว่างที่เพิ่มขึ้นต้องใช้พลังไฟมากขึ้น และค่า ไฟก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน หลอดประหยัดไฟของ Philips สามารถให้แสงเอาต์พุตเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ โดยไม่เพิ่มการใช้พลังไฟ*<strong>หลอดไฟขนาดเล็กและประสิทธิภาพสูง</strong>หลอดประหยัดไฟขนาดเล็กที่สุดของเรามีขนาดเล็กเท่ากับหลอดไฟรุ่นเก่า คุณจึงประหยัดไฟและค่าใช้จ่ายได้ทุกระดับความสว่างและโคมไฟทุกประเภท โดยไม่ลดประสิทธิภาพการใช้งาน<strong>*เชื่อถือได้กับข้อมูลที่</strong><strong> Philips ระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์</strong>Philips มุ่งเน้นที่จะรักษาประสิทธิภาพของหลอดไฟ คุณจึงเชื่อมั่นได้ในรายละเอียดที่แสดงอยู่บนบรรจุภัณฑ์ อายุการใช้งานและจำนวนวัตต์ที่เทียบเท่ากับหลอดไส้</li>
</ul>
<h4><strong>คำแนะนำ</strong></h4>
<ul>
<li>ตรวจสอบขั้วและระบบไฟก่อนติดตั้ง</li>
<li>ตรวจสอบการใช้งานร่วมกันได้กับสวิช์อเล็กทรอนิกส์ก่อนทุกครั้ง</li>
<li>ห้ามติดตั้งกับระบบไฟผิดขนาด</li>
</ul>
<h4><strong>คุณสมบัติของหลอดไฟ</strong></h4>
<ol>
<li><strong>ค่าฟลักซ์การส่องสว่าง</strong> (Luminous Flux) เป็นปริมาณแสงสว่างทั้งหมดที่ได้จากแหล่งกำเนิดแสง มีหน่วยวัดเป็นลูเมน (lm)</li>
<li><strong>ค่าความสว่าง</strong> (llluminance) เป็นปริมาณแสงสว่างที่ตกกระทบบนวัตถุ (lumen) ต่อ 1 หน่วยพื้นที่ มีหน่วยเป็น lm/sq.m. หรือ lux นั่นเอง โดยทั่วไป อาจเรียกว่า ระดับความสว่าง (Lighting level) จึงเป็นตัวที่บอกว่าแสงที่ได้เพียงพอหรือไม่</li>
<li><strong>ค่าความเข้มการส่องสว่าง</strong> (Luminous Intensity) เป็นความเข้มของแสงที่ส่องออกมาจากวัตถุ โดยทั่วไปจะวัดเป็นจำนวนเท่าของความเข้มที่ได้จากเทียนไข 1 เล่ม จึงมีหน่วยเป็นแคนเดลา (Candela, cd)</li>
<li><strong>ค่าความส่องสว่าง</strong> (Luminance) เป็นตัวที่บอกปริมาณแสงที่สะท้อนออกมาจากวัตถุ (candela) ต่อ 1 หน่วยพื้นที่ มีหน่วยเป็น cd/sq.m. บางครั้งจึงอาจเรียกว่าความจ้า (Brightness)</li>
<li><strong>ค่าประสิทธิผล</strong> (Efficacy) เป็นปริมาณแสงสว่างที่ออกมาต่อกำลังไฟฟ้าที่ใช้ (watt) มีหน่วยวัดเป็น lm/w หลอดที่มีค่าประสิทธิผลสูงแสดงว่าหลอดนี้ให้ปริมาณแสงออกมามากแต่ใช้กำลังไฟฟ้าน้อย</li>
<li><strong>ค่าความถูกต้องของสี</strong> (Colour Rendering, Ra หรือ CRI) เป็นค่าที่ใช้บอกว่าหลอดไฟประเภทต่างๆ เมื่อแสงส่องสีไปบนวัตถุจะทำให้สีของวัตถุนั้นผิดเพี้ยนจากความเป็นจริงมากน้อยเพียงใด ไม่มีหน่วยแต่มักเรียกเป็น % ตามค่าความถูกต้องค่ะ แสงอาทิตย์มีค่า Ra = 100 เพราะแสงอาทิตย์ให้สเปกตรัมครบทุกสี เมื่อส่องไปบนวัตถุจะไม่เห็นความผิดเพี้ยนของสี</li>
<li><strong>ค่าอุณหภูมิสีของแสง</strong> (Color Temperatrre TK) สีของแสงที่ได้จากหลอดไฟเทียบกับสีที่เกิดจากการเผาวัตถุดำอุดมคติให้ร้อนที่อุณหภูมินั้น มีหน่วยเป็นเคลวิน (k) อุณหภูมิสีเป็นตัวที่บอกว่าแสงที่ได้มีความขาวมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีค่าอุณหภูมิสีของแสงต่ำแสงที่ได้จะออกมาในโทนเหลืองหรือแดง ถ้ามีค่าอุณหภูมิสีของแสงสูงแสงที่ได้จะออกมาในโทนขาวกว่า ในท้องตลาดทั่วไปมีให้เลือก 3 โทนสี</li>
</ol>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">มาดูโทนสีของอุณหภูมิสี ของแสงกันดีกว่า ซึ่งเรื่องนี้ควรจะรู้เพื่อการเลือกซื้อที่ถูกต้องนะคะ  เพราะถ้าเวลาไปซื้อ แล้วดูแต่จำนวนวัตต์อย่างเดียว ไม่ได้ดูอุณหภูมิสีของแสงด้วย อยากได้แสงขาวก็อาจจะได้แสงเหลืองมา หรืออยากให้ห้องเหลืองๆดูอบอุ่นก็อาจจะได้แสงขาวเว่อร์มาไม่ถูกใจได้ค่ะ</div>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<p><strong>        สีวอร์มไวท์ (Warm white)</strong> ให้แสงสีแดงออกโทนส้ม เป็นโทนสีร้อน โทนอบอุ่น ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ ต่ำกว่า 3,000 เคลวิน</p>
<p><strong>        สีคูลไวท์ (Cool white)</strong> ให้แสงสีจะเริ่มออกมาทางสีขาว เป็นโทนสีที่ดูเย็นสบายตา ดูค่อนข้างสว่างกว่าเมื่อเทียบกับสีวอร์มไวท์ Warm white ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ 3,000-4,500 เคลวิน</p>
<p><strong>        สีเดย์ไลท์ (Day light)</strong> ให้แสงสีโทนออกขาวอมฟ้า แต่คล้ายแสงธรรมชาติตอนเวลากลางวัน ดังนั้นค่าความถูกต้องของสีจึงมีมากกว่าเมื่อเทียบกับสีวอร์มไวท์ Warm white หรือสีคูลไวท์ Cool white ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ 4,500-6,500 เคลวิน ขึ้นไป</p>
</div>
</div>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<p>ค่าคุณสมบัติของหลอดไฟต่างๆเหล่านี้ ส่วนมากมักจะมีบอกอยู่ที่ข้างกล่อง หรือฉลากกำกับผลิตภัณฑ์นะคะ ขอแค่เพื่อนๆมีความเข้าใจเป็นความรู้พื้นฐาน เพื่อนำมาเลือกซื้อหลอดไฟประเภทต่างๆมาใช้ได้อย่างเหมาะสมกันค่ะ</p>
<h4><strong>สิ่งที่ต้องคำนึงในการเลือกซื้อหลอดไฟ</strong></h4>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<ul>
<li>อันดับแรก เพื่อนๆต้องสำรวจหลอดไฟเดิมกันก่อนนะคะ ว่าใช้<strong>หลอดรูปทรงแบบไหน</strong> เพื่อกำหนดการใช้งาน ทิศทางการให้แสง และองศาของแสง</li>
<li><strong>ขั้วหลอด</strong>ที่ใช้กับโคมเดิม เป็นแบบไหน เป็นขั้วเกลียว ขั้วเกลียวเล็ก ขั้วเข็ม หรือขั้วเสียบ</li>
<li>ต้อง<strong>มีอุปกรณ์ใดที่ใช้กับหลอดไฟ หรือโคมไฟ</strong> เช่น หม้อแปลง บัลลาสต์ สวิสต์หรีไฟ</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<ul>
<li>สิ่งสำคัญต่อมา คือ <strong>พิจารณาคุณสมบัติของหลอดไฟ</strong> เพราะว่าบางครั้งหลอดไฟที่ใช้อยู่นั้นอาจไม่เป็นที่ถูกใจ หรือเหมาะสมกับการใช้งาน ให้แสงที่จ้าเกินไป ให้แสงที่ขาวเกินไปเป็นต้น จุดนี้แหละที่ทำให้ไอเดียอยู่สบายแนะนำค่าคุณสมบัติของหลอดไฟให้เพื่อนๆได้รู้จักกันก่อนตอนต้น เพื่อนๆจะได้เลือกจากข้างกล่องหรือฉลากกำกับผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสมค่ะ<br />
และเลือกใช้หลอดไฟที่มีความแม่นยำของแสงของสี ควรเลือกซื้อหลอดไฟที่มีค่าความถูกต้องของสี Ra=80 เป็นต้นไปนะคะ (ขึ้นกับการใช้งานด้วยค่ะ)</li>
<li><strong>อายุการใช้งาน</strong>ของหลอดไฟ เลือกหลอดไฟประเภทที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานหน่อย จะได้ไม่ต้องดูแลรักษามากค่ะ</li>
<li><strong>ราคา</strong> ค่าซื้อหลอด ค่าเปลี่ยนและดูแลหลอด ราคามักจะสัมพันธ์กับอายุการใช้งาน อายุการใช้งานยาวนานมักมีราคาค่าหลอดไฟที่แพงกว่า ส่วนที่อายุการใช้งานสั้นก็ต้องเปลี่ยนบ่อย ราคาหลอดถูกกว่าก็จริง แต่อาจจะต้องไปเสียค่ารถ ค่าเสียเวลาในการไปซื้อ หรือซื้อมาตุนนี่ยิ่งแล้วใหญ่ ลองเลือกดูนะคะ แต่แนะนำว่าอย่าเสียน้อยเสียยาก เสียมาเสียง่ายเลยค่ะ</li>
<li>เลือกยี่ห้อที่เป็นที่รู้จัก และ<strong>ได้การรับรองมาตราฐานสินค้า</strong> ดูได้จากสัญลักษณ์ที่กำกับข้างกล่องผลิตภัณฑ์นะคะ</li>
</ul>
</div>
</div>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หลอดตะเกียบประหยัดไฟ Philips Genie</title>
		<link>https://beelievesourcing.co.th/product/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%9f-philips-genie/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[โฮมโซลูชั่นเซ็นเตอร์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 May 2018 08:50:06 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://store.r74jd6gz-liquidwebsites.com/?post_type=product&#038;p=66063</guid>

					<description><![CDATA[<strong>ยี่ห้อ</strong> : Philips
<strong>สี</strong> : สีเดย์ไลท์ สีวอร์มไวท์
<ul>
 	<li>ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม คุ้มค่า คุ้มราคา ด้วยคุณภาพที่เชื่อถือได้</li>
 	<li>ประหยัดไฟถึง 80% เมื่อเทียบกับหลอดไส้</li>
 	<li>อายุการใช้งานนานกว่าหลอดไส้ถึง 8 เท่า</li>
 	<li>หลอดจุดติดที่แรงไฟฟ้า 170V-250V</li>
 	<li>ห้ามใช้ร่วมกับอุปกรณ์หรี่ไฟ สวิทช์เรืองแสงและรีโมทคอนโทรล</li>
 	<li>เพื่ออายุการใช้งานสูงสุด ควรใช้งานหลอดไฟในโคมที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก</li>
</ul>
<strong>คำแนะนำ</strong>
<ul>
 	<li>ตรวจสอบขั้วและระบบไฟก่อนติดตั้ง</li>
 	<li>ตรวจสอบการใช้งานร่วมกันได้กับสวิช์อเล็กทรอนิกส์ก่อนทุกครั้ง</li>
 	<li>ห้ามติดตั้งกับระบบไฟผิดขนาด</li>
</ul>
<span style="color: #ed1c24;"><strong>ราคารวมภาษี ไม่รวมขนส่ง</strong></span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h1><span style="font-size: 75%;">หลอดตะเกียบประหยัดไฟ Philips Genie</span></h1>
<h4><strong>Philips Genie หลอดตะเกียบประหยัดไฟ มีรายละเอียดดังนี้</strong></h4>
<ul>
<li>ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม ด้วยคุณภาพที่เชื่อถือได้</li>
<li>ประหยัดไฟถึง 80 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับหลอดไส้</li>
<li>อายุการใช้งานนานกว่าหลอดไส้ถึง 8 เท่า</li>
<li>หลอดจุดติดที่แรงไฟฟ้า 170V-250V</li>
<li>ห้ามใช้ร่วมกับอุปกรณ์หรี่ไฟ สวิทช์เรืองแสงและรีโมทคอนโทรล</li>
<li>เพื่ออายุการใช้งานสูงสุด ควรใช้งานหลอดไฟในโคมที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก</li>
</ul>
<p><strong>ประหยัดไฟตั้งแต่การเปิดสวิตช์ครั้งแรก</strong></p>
<p>หลอดประหยัดไฟ Philips ทุกรุ่นประหยัดไฟนับตั้งแต่การเปิดสวิตช์ครั้งแรก  ตลอดอายุการใช้งานของหลอดไฟมีการใช้ไฟเป็นกิโลวัตต์ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น  ขึ้นอยู่กับประเภทของโคมไฟและเทคโนโลยี</p>
<p><strong>ลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</strong></p>
<p>หลอดประหยัดไฟช่วยลดปริมาณการใช้พลังงานในบ้านของคุณ จึงไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าไฟเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เมื่อต่างฝ่ายร่วมมือร่วมใจกัน เราจึงสามารถสร้างสรรค์โลกที่น่าอยู่มากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>เชื่อถือได้กับข้อมูลที่</strong><strong> Philips ระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์</strong></p>
<p>Philips มุ่งเน้นที่จะรักษาประสิทธิภาพของหลอดไฟ คุณจึงเชื่อมั่นได้ในรายละเอียดที่แสดงอยู่บนบรรจุพัณฑ์ อายุการใช้งานและจำนวนวัตต์ที่เทียบเท่ากับหลอดไส้</p>
<p><strong>ความสว่างที่ประหยัดไฟ</strong></p>
<p>โดยปกติแล้วความสว่างที่เพิ่มขึ้นต้องใช้พลังไฟมากขึ้น และค่า ไฟก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน หลอดประหยัดไฟของ Philips สามารถให้แสงเอาต์พุตเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ โดยไม่เพิ่มการใช้พลังไฟ</p>
<p>คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าไฟฟ้า และแสงสว่างเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับการดำรงชีวิตของเราทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมเมือง ตามบ้านพักอาศัยทั่วไป คอนโดมิเนียม หรือสถานที่ต่างๆ จำเป็นต้องใช้แสงสว่างจากหลอดไฟประเภทต่างๆด้วยกันทั้งนั้น นอกจากจะให้ประโยชน์ในเรื่องแสงสว่างแล้ว ยังให้ประโยชน์ในแง่ของความงาม ช่วยในการตกแต่ง และสร้างบรรยากาศอีกด้วย แต่ไม่ว่าเราจะใช้ประโยชน์จากแสงสว่าง เพื่อการใช้งาน หรือเพื่อการตกแต่งสร้างบรรยากาศ แหล่งกำเนิดแสงที่สำคัญ ก็ล้วนมาจากหลอดไฟประเภทต่างๆทั้งสิ้น</p>
<h4><strong>คุณสมบัติของหลอดไฟ</strong></h4>
<ol>
<li><strong>ค่าฟลักซ์การส่องสว่าง</strong> (Luminous Flux) เป็นปริมาณแสงสว่างทั้งหมดที่ได้จากแหล่งกำเนิดแสง มีหน่วยวัดเป็นลูเมน (lm)</li>
<li><strong>ค่าความสว่าง</strong> (llluminance) เป็นปริมาณแสงสว่างที่ตกกระทบบนวัตถุ (lumen) ต่อ 1 หน่วยพื้นที่ มีหน่วยเป็น lm/sq.m. หรือ lux นั่นเอง โดยทั่วไป อาจเรียกว่า ระดับความสว่าง (Lighting level) จึงเป็นตัวที่บอกว่าแสงที่ได้เพียงพอหรือไม่</li>
<li><strong>ค่าความเข้มการส่องสว่าง</strong> (Luminous Intensity) เป็นความเข้มของแสงที่ส่องออกมาจากวัตถุ โดยทั่วไปจะวัดเป็นจำนวนเท่าของความเข้มที่ได้จากเทียนไข 1 เล่ม จึงมีหน่วยเป็นแคนเดลา (Candela, cd)</li>
<li><strong>ค่าความส่องสว่าง</strong> (Luminance) เป็นตัวที่บอกปริมาณแสงที่สะท้อนออกมาจากวัตถุ (candela) ต่อ 1 หน่วยพื้นที่ มีหน่วยเป็น cd/sq.m. บางครั้งจึงอาจเรียกว่าความจ้า (Brightness)</li>
<li><strong>ค่าประสิทธิผล</strong> (Efficacy) เป็นปริมาณแสงสว่างที่ออกมาต่อกำลังไฟฟ้าที่ใช้ (watt) มีหน่วยวัดเป็น lm/w หลอดที่มีค่าประสิทธิผลสูงแสดงว่าหลอดนี้ให้ปริมาณแสงออกมามากแต่ใช้กำลังไฟฟ้าน้อย</li>
<li><strong>ค่าความถูกต้องของสี</strong> (Colour Rendering, Ra หรือ CRI) เป็นค่าที่ใช้บอกว่าหลอดไฟประเภทต่างๆ เมื่อแสงส่องสีไปบนวัตถุจะทำให้สีของวัตถุนั้นผิดเพี้ยนจากความเป็นจริงมากน้อยเพียงใด ไม่มีหน่วยแต่มักเรียกเป็น % ตามค่าความถูกต้องค่ะ แสงอาทิตย์มีค่า Ra = 100 เพราะแสงอาทิตย์ให้สเปกตรัมครบทุกสี เมื่อส่องไปบนวัตถุจะไม่เห็นความผิดเพี้ยนของสี</li>
<li><strong>ค่าอุณหภูมิสีของแสง</strong> (Color Temperatrre TK) สีของแสงที่ได้จากหลอดไฟเทียบกับสีที่เกิดจากการเผาวัตถุดำอุดมคติให้ร้อนที่อุณหภูมินั้น มีหน่วยเป็นเคลวิน (k) อุณหภูมิสีเป็นตัวที่บอกว่าแสงที่ได้มีความขาวมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีค่าอุณหภูมิสีของแสงต่ำแสงที่ได้จะออกมาในโทนเหลืองหรือแดง ถ้ามีค่าอุณหภูมิสีของแสงสูงแสงที่ได้จะออกมาในโทนขาวกว่า ในท้องตลาดทั่วไปมีให้เลือก 3 โทนสี</li>
</ol>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">มาดูโทนสีของอุณหภูมิสี ของแสงกันดีกว่า ซึ่งเรื่องนี้ควรจะรู้เพื่อการเลือกซื้อที่ถูกต้องนะคะ  เพราะถ้าเวลาไปซื้อ แล้วดูแต่จำนวนวัตต์อย่างเดียว ไม่ได้ดูอุณหภูมิสีของแสงด้วย อยากได้แสงขาวก็อาจจะได้แสงเหลืองมา หรืออยากให้ห้องเหลืองๆดูอบอุ่นก็อาจจะได้แสงขาวเว่อร์มาไม่ถูกใจได้ค่ะ</div>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<p><strong>        สีวอร์มไวท์ (Warm white)</strong> ให้แสงสีแดงออกโทนส้ม เป็นโทนสีร้อน โทนอบอุ่น ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ ต่ำกว่า 3,000 เคลวิน</p>
<p><strong>        สีคูลไวท์ (Cool white)</strong> ให้แสงสีจะเริ่มออกมาทางสีขาว เป็นโทนสีที่ดูเย็นสบายตา ดูค่อนข้างสว่างกว่าเมื่อเทียบกับสีวอร์มไวท์ Warm white ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ 3,000-4,500 เคลวิน</p>
<p><strong>        สีเดย์ไลท์ (Day light)</strong> ให้แสงสีโทนออกขาวอมฟ้า แต่คล้ายแสงธรรมชาติตอนเวลากลางวัน ดังนั้นค่าความถูกต้องของสีจึงมีมากกว่าเมื่อเทียบกับสีวอร์มไวท์ Warm white หรือสีคูลไวท์ Cool white ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ 4,500-6,500 เคลวิน ขึ้นไป</p>
</div>
</div>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<p>ค่าคุณสมบัติของหลอดไฟต่างๆเหล่านี้ ส่วนมากมักจะมีบอกอยู่ที่ข้างกล่อง หรือฉลากกำกับผลิตภัณฑ์นะคะ ขอแค่เพื่อนๆมีความเข้าใจเป็นความรู้พื้นฐาน เพื่อนำมาเลือกซื้อหลอดไฟประเภทต่างๆมาใช้ได้อย่างเหมาะสมกันค่ะ</p>
<p><strong>สิ่งที่ต้องคำนึงในการเลือกซื้อหลอดไฟ</strong></p>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<ul>
<li>อันดับแรก เพื่อนๆต้องสำรวจหลอดไฟเดิมกันก่อนนะคะ ว่าใช้<strong>หลอดรูปทรงแบบไหน</strong> เพื่อกำหนดการใช้งาน ทิศทางการให้แสง และองศาของแสง</li>
<li><strong>ขั้วหลอด</strong>ที่ใช้กับโคมเดิม เป็นแบบไหน เป็นขั้วเกลียว ขั้วเกลียวเล็ก ขั้วเข็ม หรือขั้วเสียบ</li>
<li>ต้อง<strong>มีอุปกรณ์ใดที่ใช้กับหลอดไฟ หรือโคมไฟ</strong> เช่น หม้อแปลง บัลลาสต์ สวิสต์หรีไฟ</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<ul>
<li>สิ่งสำคัญต่อมา คือ <strong>พิจารณาคุณสมบัติของหลอดไฟ</strong> เพราะว่าบางครั้งหลอดไฟที่ใช้อยู่นั้นอาจไม่เป็นที่ถูกใจ หรือเหมาะสมกับการใช้งาน ให้แสงที่จ้าเกินไป ให้แสงที่ขาวเกินไปเป็นต้น จุดนี้แหละที่ทำให้ไอเดียอยู่สบายแนะนำค่าคุณสมบัติของหลอดไฟให้เพื่อนๆได้รู้จักกันก่อนตอนต้น เพื่อนๆจะได้เลือกจากข้างกล่องหรือฉลากกำกับผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสมค่ะ<br />
และเลือกใช้หลอดไฟที่มีความแม่นยำของแสงของสี ควรเลือกซื้อหลอดไฟที่มีค่าความถูกต้องของสี Ra=80 เป็นต้นไปนะคะ (ขึ้นกับการใช้งานด้วยค่ะ)</li>
<li><strong>อายุการใช้งาน</strong>ของหลอดไฟ เลือกหลอดไฟประเภทที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานหน่อย จะได้ไม่ต้องดูแลรักษามากค่ะ</li>
<li><strong>ราคา</strong> ค่าซื้อหลอด ค่าเปลี่ยนและดูแลหลอด ราคามักจะสัมพันธ์กับอายุการใช้งาน อายุการใช้งานยาวนานมักมีราคาค่าหลอดไฟที่แพงกว่า ส่วนที่อายุการใช้งานสั้นก็ต้องเปลี่ยนบ่อย ราคาหลอดถูกกว่าก็จริง แต่อาจจะต้องไปเสียค่ารถ ค่าเสียเวลาในการไปซื้อ หรือซื้อมาตุนนี่ยิ่งแล้วใหญ่ ลองเลือกดูนะคะ แต่แนะนำว่าอย่าเสียน้อยเสียยาก เสียมาเสียง่ายเลยค่ะ</li>
<li>เลือกยี่ห้อที่เป็นที่รู้จัก และ<strong>ได้การรับรองมาตราฐานสินค้า</strong> ดูได้จากสัญลักษณ์ที่กำกับข้างกล่องผลิตภัณฑ์นะคะ</li>
</ul>
</div>
</div>
</div>
</div>
<p><strong>คำแนะนำ</strong></p>
<ul>
<li>ตรวจสอบขั้วและระบบไฟก่อนติดตั้ง</li>
<li>ตรวจสอบการใช้งานร่วมกันได้กับสวิช์อเล็กทรอนิกส์ก่อนทุกครั้ง</li>
<li>ห้ามติดตั้งกับระบบไฟผิดขนาด</li>
</ul>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หลอดตะเกียบประหยัดไฟ PHILIPS Essential</title>
		<link>https://beelievesourcing.co.th/product/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%9f-philips-essential/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[โฮมโซลูชั่นเซ็นเตอร์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 May 2018 08:46:43 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://store.r74jd6gz-liquidwebsites.com/?post_type=product&#038;p=66031</guid>

					<description><![CDATA[PHILIPS Essential หลอดตะเกียบประหยัดไฟ

<strong>ยี่ห้อ</strong> : Philips   <strong>สี</strong> : สีเดย์ไลท์ สีวอร์มไวท์
<ul>
 	<li>ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม คุ้มค่า คุ้มราคา ด้วยคุณภาพที่เชื่อถือได้</li>
 	<li>ประหยัดไฟถึง 80% เมื่อเทียบกับหลอดไส้</li>
 	<li>อายุการใช้งานนานกว่าหลอดไส้ถึง 8 เท่า</li>
 	<li>หลอดจุดติดที่แรงไฟฟ้า 170V-250V</li>
 	<li>ห้ามใช้ร่วมกับอุปกรณ์หรี่ไฟ สวิทช์เรืองแสงและรีโมทคอนโทรล</li>
 	<li>เพื่ออายุการใช้งานสูงสุด ควรใช้งานหลอดไฟในโคมที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก</li>
 	<li>โทนแสงสีขาว</li>
</ul>
<strong>คำแนะนำ</strong>
<ul>
 	<li>ตรวจสอบขั้วและระบบไฟก่อนติดตั้ง</li>
 	<li>ตรวจสอบการใช้งานร่วมกันได้กับสวิช์อเล็กทรอนิกส์ก่อนทุกครั้ง</li>
 	<li>ห้ามติดตั้งกับระบบไฟผิดขนาด</li>
</ul>
<span style="color: #ed1c24;"><strong>ราคารวมภาษี ไม่รวมขนส่ง</strong></span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h1><span style="font-size: 75%;">หลอดตะเกียบประหยัดไฟ PHILIPS Essential</span></h1>
<p><strong>PHILIPS Essential หลอดตะเกียบประหยัดไฟ มีรายละเอียดดังนี้</strong></p>
<ul>
<li>ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม คุ้มค่า คุ้มราคา ด้วยคุณภาพที่เชื่อถือได้</li>
<li>ประหยัดไฟถึง 80% เมื่อเทียบกับหลอดไส้</li>
<li>อายุการใช้งานนานกว่าหลอดไส้ถึง 8 เท่า</li>
<li>หลอดจุดติดที่แรงไฟฟ้า 170V-250V</li>
<li>ห้ามใช้ร่วมกับอุปกรณ์หรี่ไฟ สวิทช์เรืองแสงและรีโมทคอนโทรล</li>
<li>เพื่ออายุการใช้งานสูงสุด ควรใช้งานหลอดไฟในโคมที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก</li>
<li>โทนแสงสีขาว</li>
</ul>
<h4><strong>ประหยัดไฟตั้งแต่การเปิดสวิตช์ครั้งแรก</strong></h4>
<p>หลอดประหยัดไฟ Philips ทุกรุ่นประหยัดไฟนับตั้งแต่การเปิดสวิตช์ครั้งแรก  ตลอดอายุการใช้งานของหลอดไฟมีการใช้ไฟเป็นกิโลวัตต์ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น  ขึ้นอยู่กับประเภทของโคมไฟและเทคโนโลยี</p>
<h4><strong>ลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</strong></h4>
<p>หลอดประหยัดไฟช่วยลดปริมาณการใช้พลังงานในบ้านของคุณ จึงไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าไฟเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เมื่อต่างฝ่ายร่วมมือร่วมใจกัน เราจึงสามารถสร้างสรรค์โลกที่น่าอยู่มากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>เชื่อถือได้กับข้อมูลที่ </strong><strong>Philips ระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์</strong></p>
<p>Philips มุ่งเน้นที่จะรักษาประสิทธิภาพของหลอดไฟ คุณจึงเชื่อมั่นได้ในรายละเอียดที่แสดงอยู่บนบรรจุพัณฑ์ อายุการใช้งานและจำนวนวัตต์ที่เทียบเท่ากับหลอดไส้</p>
<p><strong>ความสว่างที่ประหยัดไฟ</strong></p>
<p>โดยปกติแล้วความสว่างที่เพิ่มขึ้นต้องใช้พลังไฟมากขึ้น และค่า ไฟก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน หลอดประหยัดไฟของ Philips สามารถให้แสงเอาต์พุตเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ โดยไม่เพิ่มการใช้พลังไฟ</p>
<p><strong>คำแนะนำ</strong></p>
<ul>
<li>ตรวจสอบขั้วและระบบไฟก่อนติดตั้ง</li>
<li>ตรวจสอบการใช้งานร่วมกันได้กับสวิช์อเล็กทรอนิกส์ก่อนทุกครั้ง</li>
<li>ห้ามติดตั้งกับระบบไฟผิดขนาด</li>
</ul>
<p>คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าไฟฟ้า และแสงสว่างเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับการดำรงชีวิตของเราทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมเมือง ตามบ้านพักอาศัยทั่วไป คอนโดมิเนียม หรือสถานที่ต่างๆ จำเป็นต้องใช้แสงสว่างจากหลอดไฟประเภทต่างๆด้วยกันทั้งนั้น นอกจากจะให้ประโยชน์ในเรื่องแสงสว่างแล้ว ยังให้ประโยชน์ในแง่ของความงาม ช่วยในการตกแต่ง และสร้างบรรยากาศอีกด้วย แต่ไม่ว่าเราจะใช้ประโยชน์จากแสงสว่าง เพื่อการใช้งาน หรือเพื่อการตกแต่งสร้างบรรยากาศ แหล่งกำเนิดแสงที่สำคัญ ก็ล้วนมาจากหลอดไฟประเภทต่างๆทั้งสิ้น</p>
<p><strong>คุณสมบัติของหลอดไฟ</strong></p>
<ol>
<li><strong>ค่าฟลักซ์การส่องสว่าง</strong> (Luminous Flux) เป็นปริมาณแสงสว่างทั้งหมดที่ได้จากแหล่งกำเนิดแสง มีหน่วยวัดเป็นลูเมน (lm)</li>
<li><strong>ค่าความสว่าง</strong> (llluminance) เป็นปริมาณแสงสว่างที่ตกกระทบบนวัตถุ (lumen) ต่อ 1 หน่วยพื้นที่ มีหน่วยเป็น lm/sq.m. หรือ lux นั่นเอง โดยทั่วไป อาจเรียกว่า ระดับความสว่าง (Lighting level) จึงเป็นตัวที่บอกว่าแสงที่ได้เพียงพอหรือไม่</li>
<li><strong>ค่าความเข้มการส่องสว่าง</strong> (Luminous Intensity) เป็นความเข้มของแสงที่ส่องออกมาจากวัตถุ โดยทั่วไปจะวัดเป็นจำนวนเท่าของความเข้มที่ได้จากเทียนไข 1 เล่ม จึงมีหน่วยเป็นแคนเดลา (Candela, cd)</li>
<li><strong>ค่าความส่องสว่าง</strong> (Luminance) เป็นตัวที่บอกปริมาณแสงที่สะท้อนออกมาจากวัตถุ (candela) ต่อ 1 หน่วยพื้นที่ มีหน่วยเป็น cd/sq.m. บางครั้งจึงอาจเรียกว่าความจ้า (Brightness)</li>
<li><strong>ค่าประสิทธิผล</strong> (Efficacy) เป็นปริมาณแสงสว่างที่ออกมาต่อกำลังไฟฟ้าที่ใช้ (watt) มีหน่วยวัดเป็น lm/w หลอดที่มีค่าประสิทธิผลสูงแสดงว่าหลอดนี้ให้ปริมาณแสงออกมามากแต่ใช้กำลังไฟฟ้าน้อย</li>
<li><strong>ค่าความถูกต้องของสี</strong> (Colour Rendering, Ra หรือ CRI) เป็นค่าที่ใช้บอกว่าหลอดไฟประเภทต่างๆ เมื่อแสงส่องสีไปบนวัตถุจะทำให้สีของวัตถุนั้นผิดเพี้ยนจากความเป็นจริงมากน้อยเพียงใด ไม่มีหน่วยแต่มักเรียกเป็น % ตามค่าความถูกต้องค่ะ แสงอาทิตย์มีค่า Ra = 100 เพราะแสงอาทิตย์ให้สเปกตรัมครบทุกสี เมื่อส่องไปบนวัตถุจะไม่เห็นความผิดเพี้ยนของสี</li>
<li><strong>ค่าอุณหภูมิสีของแสง</strong> (Color Temperatrre TK) สีของแสงที่ได้จากหลอดไฟเทียบกับสีที่เกิดจากการเผาวัตถุดำอุดมคติให้ร้อนที่อุณหภูมินั้น มีหน่วยเป็นเคลวิน (k) อุณหภูมิสีเป็นตัวที่บอกว่าแสงที่ได้มีความขาวมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีค่าอุณหภูมิสีของแสงต่ำแสงที่ได้จะออกมาในโทนเหลืองหรือแดง ถ้ามีค่าอุณหภูมิสีของแสงสูงแสงที่ได้จะออกมาในโทนขาวกว่า ในท้องตลาดทั่วไปมีให้เลือก 3 โทนสี</li>
</ol>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">มาดูโทนสีของอุณหภูมิสี ของแสงกันดีกว่า ซึ่งเรื่องนี้ควรจะรู้เพื่อการเลือกซื้อที่ถูกต้องนะคะ  เพราะถ้าเวลาไปซื้อ แล้วดูแต่จำนวนวัตต์อย่างเดียว ไม่ได้ดูอุณหภูมิสีของแสงด้วย อยากได้แสงขาวก็อาจจะได้แสงเหลืองมา หรืออยากให้ห้องเหลืองๆดูอบอุ่นก็อาจจะได้แสงขาวเว่อร์มาไม่ถูกใจได้ค่ะ</div>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<p><strong>        สีวอร์มไวท์ (Warm white)</strong> ให้แสงสีแดงออกโทนส้ม เป็นโทนสีร้อน โทนอบอุ่น ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ ต่ำกว่า 3,000 เคลวิน</p>
<p><strong>        สีคูลไวท์ (Cool white)</strong> ให้แสงสีจะเริ่มออกมาทางสีขาว เป็นโทนสีที่ดูเย็นสบายตา ดูค่อนข้างสว่างกว่าเมื่อเทียบกับสีวอร์มไวท์ Warm white ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ 3,000-4,500 เคลวิน</p>
<p><strong>        สีเดย์ไลท์ (Day light)</strong> ให้แสงสีโทนออกขาวอมฟ้า แต่คล้ายแสงธรรมชาติตอนเวลากลางวัน ดังนั้นค่าความถูกต้องของสีจึงมีมากกว่าเมื่อเทียบกับสีวอร์มไวท์ Warm white หรือสีคูลไวท์ Cool white ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ 4,500-6,500 เคลวิน ขึ้นไป</p>
</div>
</div>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<p>ค่าคุณสมบัติของหลอดไฟต่างๆเหล่านี้ ส่วนมากมักจะมีบอกอยู่ที่ข้างกล่อง หรือฉลากกำกับผลิตภัณฑ์นะคะ ขอแค่เพื่อนๆมีความเข้าใจเป็นความรู้พื้นฐาน เพื่อนำมาเลือกซื้อหลอดไฟประเภทต่างๆมาใช้ได้อย่างเหมาะสมกันค่ะ</p>
<p><strong>สิ่งที่ต้องคำนึงในการเลือกซื้อหลอดไฟ</strong></p>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<ul>
<li>อันดับแรก เพื่อนๆต้องสำรวจหลอดไฟเดิมกันก่อนนะคะ ว่าใช้<strong>หลอดรูปทรงแบบไหน</strong> เพื่อกำหนดการใช้งาน ทิศทางการให้แสง และองศาของแสง</li>
<li><strong>ขั้วหลอด</strong>ที่ใช้กับโคมเดิม เป็นแบบไหน เป็นขั้วเกลียว ขั้วเกลียวเล็ก ขั้วเข็ม หรือขั้วเสียบ</li>
<li>ต้อง<strong>มีอุปกรณ์ใดที่ใช้กับหลอดไฟ หรือโคมไฟ</strong> เช่น หม้อแปลง บัลลาสต์ สวิสต์หรีไฟ</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<ul>
<li>สิ่งสำคัญต่อมา คือ <strong>พิจารณาคุณสมบัติของหลอดไฟ</strong> เพราะว่าบางครั้งหลอดไฟที่ใช้อยู่นั้นอาจไม่เป็นที่ถูกใจ หรือเหมาะสมกับการใช้งาน ให้แสงที่จ้าเกินไป ให้แสงที่ขาวเกินไปเป็นต้น จุดนี้แหละที่ทำให้ไอเดียอยู่สบายแนะนำค่าคุณสมบัติของหลอดไฟให้เพื่อนๆได้รู้จักกันก่อนตอนต้น เพื่อนๆจะได้เลือกจากข้างกล่องหรือฉลากกำกับผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสมค่ะ<br />
และเลือกใช้หลอดไฟที่มีความแม่นยำของแสงของสี ควรเลือกซื้อหลอดไฟที่มีค่าความถูกต้องของสี Ra=80 เป็นต้นไปนะคะ (ขึ้นกับการใช้งานด้วยค่ะ)</li>
<li><strong>อายุการใช้งาน</strong>ของหลอดไฟ เลือกหลอดไฟประเภทที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานหน่อย จะได้ไม่ต้องดูแลรักษามากค่ะ</li>
<li><strong>ราคา</strong> ค่าซื้อหลอด ค่าเปลี่ยนและดูแลหลอด ราคามักจะสัมพันธ์กับอายุการใช้งาน อายุการใช้งานยาวนานมักมีราคาค่าหลอดไฟที่แพงกว่า ส่วนที่อายุการใช้งานสั้นก็ต้องเปลี่ยนบ่อย ราคาหลอดถูกกว่าก็จริง แต่อาจจะต้องไปเสียค่ารถ ค่าเสียเวลาในการไปซื้อ หรือซื้อมาตุนนี่ยิ่งแล้วใหญ่ ลองเลือกดูนะคะ แต่แนะนำว่าอย่าเสียน้อยเสียยาก เสียมาเสียง่ายเลยค่ะ</li>
<li>เลือกยี่ห้อที่เป็นที่รู้จัก และ<strong>ได้การรับรองมาตราฐานสินค้า</strong> ดูได้จากสัญลักษณ์ที่กำกับข้างกล่องผลิตภัณฑ์นะคะ</li>
</ul>
</div>
</div>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Philips Genie หลอดตะเกียบประหยัดไฟ</title>
		<link>https://beelievesourcing.co.th/product/philips-genie-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%9f/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[โฮมโซลูชั่นเซ็นเตอร์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Jan 2018 03:00:50 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://store.r74jd6gz-liquidwebsites.com/?post_type=product&#038;p=40656</guid>

					<description><![CDATA[ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม ด้วยคุณภาพที่เชื่อถือได้
ประหยัดไฟถึง 80 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับหลอดไส้
อายุการใช้งานนานกว่าหลอดไส้ถึง 8 เท่า
หลอดจุดติดที่แรงไฟฟ้า 170V-250V
ห้ามใช้ร่วมกับอุปกรณ์หรี่ไฟ สวิทช์เรืองแสงและรีโมทคอนโทรล
เพื่ออายุการใช้งานสูงสุด ควรใช้งานหลอดไฟในโคมที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก

<span style="color: #ff0000;">ราคารวมภาษี ไม่รวมค่าขนส่ง</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h1><span style="font-size: 75%;">Philips Genie หลอดตะเกียบประหยัดไฟ</span></h1>
<h4><strong>รายละเอียด</strong></h4>
<ul>
<li>ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม ด้วยคุณภาพที่เชื่อถือได้</li>
<li>ประหยัดไฟถึง 80 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับหลอดไส้</li>
<li>อายุการใช้งานนานกว่าหลอดไส้ถึง 8 เท่า</li>
<li>หลอดจุดติดที่แรงไฟฟ้า 170V-250V</li>
<li>ห้ามใช้ร่วมกับอุปกรณ์หรี่ไฟ สวิทช์เรืองแสงและรีโมทคอนโทรล</li>
<li>เพื่ออายุการใช้งานสูงสุด ควรใช้งานหลอดไฟในโคมที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก</li>
</ul>
<p><strong>ประหยัดไฟตั้งแต่การเปิดสวิตช์ครั้งแรก</strong></p>
<p>หลอดประหยัดไฟ Philips ทุกรุ่นประหยัดไฟนับตั้งแต่การเปิดสวิตช์ครั้งแรก  ตลอดอายุการใช้งานของหลอดไฟมีการใช้ไฟเป็นกิโลวัตต์ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น  ขึ้นอยู่กับประเภทของโคมไฟและเทคโนโลยี</p>
<p><strong>ลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</strong></p>
<p>หลอดประหยัดไฟช่วยลดปริมาณการใช้พลังงานในบ้านของคุณ จึงไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าไฟเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เมื่อต่างฝ่ายร่วมมือร่วมใจกัน เราจึงสามารถสร้างสรรค์โลกที่น่าอยู่มากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>เชื่อถือได้กับข้อมูลที่</strong><strong> Philips ระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์</strong></p>
<p>Philips มุ่งเน้นที่จะรักษาประสิทธิภาพของหลอดไฟ คุณจึงเชื่อมั่นได้ในรายละเอียดที่แสดงอยู่บนบรรจุพัณฑ์ อายุการใช้งานและจำนวนวัตต์ที่เทียบเท่ากับหลอดไส้</p>
<p><strong>ความสว่างที่ประหยัดไฟ</strong></p>
<p>โดยปกติแล้วความสว่างที่เพิ่มขึ้นต้องใช้พลังไฟมากขึ้น และค่า ไฟก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน หลอดประหยัดไฟของ Philips สามารถให้แสงเอาต์พุตเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ โดยไม่เพิ่มการใช้พลังไฟ</p>
<p>คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าไฟฟ้า และแสงสว่างเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับการดำรงชีวิตของเราทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมเมือง ตามบ้านพักอาศัยทั่วไป คอนโดมิเนียม หรือสถานที่ต่างๆ จำเป็นต้องใช้แสงสว่างจากหลอดไฟประเภทต่างๆด้วยกันทั้งนั้น นอกจากจะให้ประโยชน์ในเรื่องแสงสว่างแล้ว ยังให้ประโยชน์ในแง่ของความงาม ช่วยในการตกแต่ง และสร้างบรรยากาศอีกด้วย แต่ไม่ว่าเราจะใช้ประโยชน์จากแสงสว่าง เพื่อการใช้งาน หรือเพื่อการตกแต่งสร้างบรรยากาศ แหล่งกำเนิดแสงที่สำคัญ ก็ล้วนมาจากหลอดไฟประเภทต่างๆทั้งสิ้น</p>
<h4><strong>คุณสมบัติของหลอดไฟ</strong></h4>
<ol>
<li><strong>ค่าฟลักซ์การส่องสว่าง</strong> (Luminous Flux) เป็นปริมาณแสงสว่างทั้งหมดที่ได้จากแหล่งกำเนิดแสง มีหน่วยวัดเป็นลูเมน (lm)</li>
<li><strong>ค่าความสว่าง</strong> (llluminance) เป็นปริมาณแสงสว่างที่ตกกระทบบนวัตถุ (lumen) ต่อ 1 หน่วยพื้นที่ มีหน่วยเป็น lm/sq.m. หรือ lux นั่นเอง โดยทั่วไป อาจเรียกว่า ระดับความสว่าง (Lighting level) จึงเป็นตัวที่บอกว่าแสงที่ได้เพียงพอหรือไม่</li>
<li><strong>ค่าความเข้มการส่องสว่าง</strong> (Luminous Intensity) เป็นความเข้มของแสงที่ส่องออกมาจากวัตถุ โดยทั่วไปจะวัดเป็นจำนวนเท่าของความเข้มที่ได้จากเทียนไข 1 เล่ม จึงมีหน่วยเป็นแคนเดลา (Candela, cd)</li>
<li><strong>ค่าความส่องสว่าง</strong> (Luminance) เป็นตัวที่บอกปริมาณแสงที่สะท้อนออกมาจากวัตถุ (candela) ต่อ 1 หน่วยพื้นที่ มีหน่วยเป็น cd/sq.m. บางครั้งจึงอาจเรียกว่าความจ้า (Brightness)</li>
<li><strong>ค่าประสิทธิผล</strong> (Efficacy) เป็นปริมาณแสงสว่างที่ออกมาต่อกำลังไฟฟ้าที่ใช้ (watt) มีหน่วยวัดเป็น lm/w หลอดที่มีค่าประสิทธิผลสูงแสดงว่าหลอดนี้ให้ปริมาณแสงออกมามากแต่ใช้กำลังไฟฟ้าน้อย</li>
<li><strong>ค่าความถูกต้องของสี</strong> (Colour Rendering, Ra หรือ CRI) เป็นค่าที่ใช้บอกว่าหลอดไฟประเภทต่างๆ เมื่อแสงส่องสีไปบนวัตถุจะทำให้สีของวัตถุนั้นผิดเพี้ยนจากความเป็นจริงมากน้อยเพียงใด ไม่มีหน่วยแต่มักเรียกเป็น % ตามค่าความถูกต้องค่ะ แสงอาทิตย์มีค่า Ra = 100 เพราะแสงอาทิตย์ให้สเปกตรัมครบทุกสี เมื่อส่องไปบนวัตถุจะไม่เห็นความผิดเพี้ยนของสี</li>
<li><strong>ค่าอุณหภูมิสีของแสง</strong> (Color Temperatrre TK) สีของแสงที่ได้จากหลอดไฟเทียบกับสีที่เกิดจากการเผาวัตถุดำอุดมคติให้ร้อนที่อุณหภูมินั้น มีหน่วยเป็นเคลวิน (k) อุณหภูมิสีเป็นตัวที่บอกว่าแสงที่ได้มีความขาวมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีค่าอุณหภูมิสีของแสงต่ำแสงที่ได้จะออกมาในโทนเหลืองหรือแดง ถ้ามีค่าอุณหภูมิสีของแสงสูงแสงที่ได้จะออกมาในโทนขาวกว่า ในท้องตลาดทั่วไปมีให้เลือก 3 โทนสี</li>
</ol>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">มาดูโทนสีของอุณหภูมิสี ของแสงกันดีกว่า ซึ่งเรื่องนี้ควรจะรู้เพื่อการเลือกซื้อที่ถูกต้องนะคะ  เพราะถ้าเวลาไปซื้อ แล้วดูแต่จำนวนวัตต์อย่างเดียว ไม่ได้ดูอุณหภูมิสีของแสงด้วย อยากได้แสงขาวก็อาจจะได้แสงเหลืองมา หรืออยากให้ห้องเหลืองๆดูอบอุ่นก็อาจจะได้แสงขาวเว่อร์มาไม่ถูกใจได้ค่ะ</div>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<p><strong>        สีวอร์มไวท์ (Warm white)</strong> ให้แสงสีแดงออกโทนส้ม เป็นโทนสีร้อน โทนอบอุ่น ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ ต่ำกว่า 3,000 เคลวิน</p>
<p><strong>        สีคูลไวท์ (Cool white)</strong> ให้แสงสีจะเริ่มออกมาทางสีขาว เป็นโทนสีที่ดูเย็นสบายตา ดูค่อนข้างสว่างกว่าเมื่อเทียบกับสีวอร์มไวท์ Warm white ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ 3,000-4,500 เคลวิน</p>
<p><strong>        สีเดย์ไลท์ (Day light)</strong> ให้แสงสีโทนออกขาวอมฟ้า แต่คล้ายแสงธรรมชาติตอนเวลากลางวัน ดังนั้นค่าความถูกต้องของสีจึงมีมากกว่าเมื่อเทียบกับสีวอร์มไวท์ Warm white หรือสีคูลไวท์ Cool white ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ 4,500-6,500 เคลวิน ขึ้นไป</p>
</div>
</div>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<p>ค่าคุณสมบัติของหลอดไฟต่างๆเหล่านี้ ส่วนมากมักจะมีบอกอยู่ที่ข้างกล่อง หรือฉลากกำกับผลิตภัณฑ์นะคะ ขอแค่เพื่อนๆมีความเข้าใจเป็นความรู้พื้นฐาน เพื่อนำมาเลือกซื้อหลอดไฟประเภทต่างๆมาใช้ได้อย่างเหมาะสมกันค่ะ</p>
<p><strong>สิ่งที่ต้องคำนึงในการเลือกซื้อหลอดไฟ</strong></p>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<ul>
<li>อันดับแรก เพื่อนๆต้องสำรวจหลอดไฟเดิมกันก่อนนะคะ ว่าใช้<strong>หลอดรูปทรงแบบไหน</strong> เพื่อกำหนดการใช้งาน ทิศทางการให้แสง และองศาของแสง</li>
<li><strong>ขั้วหลอด</strong>ที่ใช้กับโคมเดิม เป็นแบบไหน เป็นขั้วเกลียว ขั้วเกลียวเล็ก ขั้วเข็ม หรือขั้วเสียบ</li>
<li>ต้อง<strong>มีอุปกรณ์ใดที่ใช้กับหลอดไฟ หรือโคมไฟ</strong> เช่น หม้อแปลง บัลลาสต์ สวิสต์หรีไฟ</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<ul>
<li>สิ่งสำคัญต่อมา คือ <strong>พิจารณาคุณสมบัติของหลอดไฟ</strong> เพราะว่าบางครั้งหลอดไฟที่ใช้อยู่นั้นอาจไม่เป็นที่ถูกใจ หรือเหมาะสมกับการใช้งาน ให้แสงที่จ้าเกินไป ให้แสงที่ขาวเกินไปเป็นต้น จุดนี้แหละที่ทำให้ไอเดียอยู่สบายแนะนำค่าคุณสมบัติของหลอดไฟให้เพื่อนๆได้รู้จักกันก่อนตอนต้น เพื่อนๆจะได้เลือกจากข้างกล่องหรือฉลากกำกับผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสมค่ะ<br />
และเลือกใช้หลอดไฟที่มีความแม่นยำของแสงของสี ควรเลือกซื้อหลอดไฟที่มีค่าความถูกต้องของสี Ra=80 เป็นต้นไปนะคะ (ขึ้นกับการใช้งานด้วยค่ะ)</li>
<li><strong>อายุการใช้งาน</strong>ของหลอดไฟ เลือกหลอดไฟประเภทที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานหน่อย จะได้ไม่ต้องดูแลรักษามากค่ะ</li>
<li><strong>ราคา</strong> ค่าซื้อหลอด ค่าเปลี่ยนและดูแลหลอด ราคามักจะสัมพันธ์กับอายุการใช้งาน อายุการใช้งานยาวนานมักมีราคาค่าหลอดไฟที่แพงกว่า ส่วนที่อายุการใช้งานสั้นก็ต้องเปลี่ยนบ่อย ราคาหลอดถูกกว่าก็จริง แต่อาจจะต้องไปเสียค่ารถ ค่าเสียเวลาในการไปซื้อ หรือซื้อมาตุนนี่ยิ่งแล้วใหญ่ ลองเลือกดูนะคะ แต่แนะนำว่าอย่าเสียน้อยเสียยาก เสียมาเสียง่ายเลยค่ะ</li>
<li>เลือกยี่ห้อที่เป็นที่รู้จัก และ<strong>ได้การรับรองมาตราฐานสินค้า</strong> ดูได้จากสัญลักษณ์ที่กำกับข้างกล่องผลิตภัณฑ์นะคะ</li>
</ul>
</div>
</div>
</div>
</div>
<p><strong>คำแนะนำ</strong></p>
<ul>
<li>ตรวจสอบขั้วและระบบไฟก่อนติดตั้ง</li>
<li>ตรวจสอบการใช้งานร่วมกันได้กับสวิช์อเล็กทรอนิกส์ก่อนทุกครั้ง</li>
<li>ห้ามติดตั้งกับระบบไฟผิดขนาด</li>
</ul>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>PHILIPS หลอดไฟ LED 9w</title>
		<link>https://beelievesourcing.co.th/product/philips-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%9f-led-9w/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[โฮมโซลูชั่นเซ็นเตอร์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 16 Dec 2017 10:25:49 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://store.r74jd6gz-liquidwebsites.com/?post_type=product&#038;p=40745</guid>

					<description><![CDATA[PHILIPS หลอดไฟ LED 9w

<strong>ยี่ห้อ</strong> : Philips
<strong>สี</strong> : สีเดย์ไลท์
<strong>วัตต์</strong> : 9w
มีแสงให้เลือก 2สี คือ โทนแสงขาว Daylight และโทนแสงเหลือง Warmwhite
9w (Daylight) 9.5w(Warm White)

<span style="color: #ff0000;"><strong>ราคารวมภาษี ไม่รวมขนส่ง</strong></span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h1><span style="font-size: 75%;">PHILIPS หลอดไฟ LED 9w</span></h1>
<p><strong>PHILIPS หลอดไฟ LED มีรายละเอียดดังนี้</strong></p>
<ul>
<li>อายุการใช้งานของหลอดไฟ: 15000 ชั่วโมง</li>
<li>หลอดไฟ Philips LED ไม่มีวัสดุที่เป็นอันตราย ทำให้ปลอดภัยสำหรับทุกๆ ห้องและสะดวกในการรีไซเคิล</li>
<li>เชื่อถือได้กับข้อมูลที่ Philips ระบุไว้บนบรรจุภัณฑ</li>
<li>ให้แสงสว่างสูงสุดทันทีที่กดสวิตช์</li>
<li><strong>คุณสมบัติสินค้า</strong>
<ul>
<li>สามารถเปลี่ยนแทนหลอดเดิมได้ทันที</li>
<li>ความสว่างสามารถเปรียบเทียบกับหลอดไส้ 60วัตต์ได้</li>
<li>สว่างทันทีเมือเปิดใช้งาน</li>
<li>ไม่มีรังสียูวี</li>
<li>ความสว่าง 806 lm</li>
<li>กินไฟเพียง 9 – 9.5 วัตต์ สามารถลดค่าไฟได้ถึง 85%</li>
<li>ไม่สามารถดิมเมอร์ได้</li>
<li>มีแสงให้เลือก 2สี คือ โทนแสงขาว Daylight และโทนแสงเหลือง Warmwhite<br />
9w (Daylight) 9.5w(Warm White)</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p>คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าไฟฟ้า และแสงสว่างเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับการดำรงชีวิตของเราทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมเมือง ตามบ้านพักอาศัยทั่วไป คอนโดมิเนียม หรือสถานที่ต่างๆ จำเป็นต้องใช้แสงสว่างจากหลอดไฟประเภทต่างๆด้วยกันทั้งนั้น นอกจากจะให้ประโยชน์ในเรื่องแสงสว่างแล้ว ยังให้ประโยชน์ในแง่ของความงาม ช่วยในการตกแต่ง และสร้างบรรยากาศอีกด้วย แต่ไม่ว่าเราจะใช้ประโยชน์จากแสงสว่าง เพื่อการใช้งาน หรือเพื่อการตกแต่งสร้างบรรยากาศ แหล่งกำเนิดแสงที่สำคัญ ก็ล้วนมาจากหลอดไฟประเภทต่างๆทั้งสิ้น</p>
<h4><strong>คุณสมบัติของหลอดไฟ</strong></h4>
<ol>
<li><strong>ค่าฟลักซ์การส่องสว่าง</strong> (Luminous Flux) เป็นปริมาณแสงสว่างทั้งหมดที่ได้จากแหล่งกำเนิดแสง มีหน่วยวัดเป็นลูเมน (lm)</li>
<li><strong>ค่าความสว่าง</strong> (llluminance) เป็นปริมาณแสงสว่างที่ตกกระทบบนวัตถุ (lumen) ต่อ 1 หน่วยพื้นที่ มีหน่วยเป็น lm/sq.m. หรือ lux นั่นเอง โดยทั่วไป อาจเรียกว่า ระดับความสว่าง (Lighting level) จึงเป็นตัวที่บอกว่าแสงที่ได้เพียงพอหรือไม่</li>
<li><strong>ค่าความเข้มการส่องสว่าง</strong> (Luminous Intensity) เป็นความเข้มของแสงที่ส่องออกมาจากวัตถุ โดยทั่วไปจะวัดเป็นจำนวนเท่าของความเข้มที่ได้จากเทียนไข 1 เล่ม จึงมีหน่วยเป็นแคนเดลา (Candela, cd)</li>
<li><strong>ค่าความส่องสว่าง</strong> (Luminance) เป็นตัวที่บอกปริมาณแสงที่สะท้อนออกมาจากวัตถุ (candela) ต่อ 1 หน่วยพื้นที่ มีหน่วยเป็น cd/sq.m. บางครั้งจึงอาจเรียกว่าความจ้า (Brightness)</li>
<li><strong>ค่าประสิทธิผล</strong> (Efficacy) เป็นปริมาณแสงสว่างที่ออกมาต่อกำลังไฟฟ้าที่ใช้ (watt) มีหน่วยวัดเป็น lm/w หลอดที่มีค่าประสิทธิผลสูงแสดงว่าหลอดนี้ให้ปริมาณแสงออกมามากแต่ใช้กำลังไฟฟ้าน้อย</li>
<li><strong>ค่าความถูกต้องของสี</strong> (Colour Rendering, Ra หรือ CRI) เป็นค่าที่ใช้บอกว่าหลอดไฟประเภทต่างๆ เมื่อแสงส่องสีไปบนวัตถุจะทำให้สีของวัตถุนั้นผิดเพี้ยนจากความเป็นจริงมากน้อยเพียงใด ไม่มีหน่วยแต่มักเรียกเป็น % ตามค่าความถูกต้องค่ะ แสงอาทิตย์มีค่า Ra = 100 เพราะแสงอาทิตย์ให้สเปกตรัมครบทุกสี เมื่อส่องไปบนวัตถุจะไม่เห็นความผิดเพี้ยนของสี</li>
<li><strong>ค่าอุณหภูมิสีของแสง</strong> (Color Temperatrre TK) สีของแสงที่ได้จากหลอดไฟเทียบกับสีที่เกิดจากการเผาวัตถุดำอุดมคติให้ร้อนที่อุณหภูมินั้น มีหน่วยเป็นเคลวิน (k) อุณหภูมิสีเป็นตัวที่บอกว่าแสงที่ได้มีความขาวมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีค่าอุณหภูมิสีของแสงต่ำแสงที่ได้จะออกมาในโทนเหลืองหรือแดง ถ้ามีค่าอุณหภูมิสีของแสงสูงแสงที่ได้จะออกมาในโทนขาวกว่า ในท้องตลาดทั่วไปมีให้เลือก 3 โทนสี</li>
</ol>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">มาดูโทนสีของอุณหภูมิสี ของแสงกันดีกว่า ซึ่งเรื่องนี้ควรจะรู้เพื่อการเลือกซื้อที่ถูกต้องนะคะ  เพราะถ้าเวลาไปซื้อ แล้วดูแต่จำนวนวัตต์อย่างเดียว ไม่ได้ดูอุณหภูมิสีของแสงด้วย อยากได้แสงขาวก็อาจจะได้แสงเหลืองมา หรืออยากให้ห้องเหลืองๆดูอบอุ่นก็อาจจะได้แสงขาวเว่อร์มาไม่ถูกใจได้ค่ะ</div>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<p><strong>        สีวอร์มไวท์ (Warm white)</strong> ให้แสงสีแดงออกโทนส้ม เป็นโทนสีร้อน โทนอบอุ่น ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ ต่ำกว่า 3,000 เคลวิน</p>
<p><strong>        สีคูลไวท์ (Cool white)</strong> ให้แสงสีจะเริ่มออกมาทางสีขาว เป็นโทนสีที่ดูเย็นสบายตา ดูค่อนข้างสว่างกว่าเมื่อเทียบกับสีวอร์มไวท์ Warm white ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ 3,000-4,500 เคลวิน</p>
<p><strong>        สีเดย์ไลท์ (Day light)</strong> ให้แสงสีโทนออกขาวอมฟ้า แต่คล้ายแสงธรรมชาติตอนเวลากลางวัน ดังนั้นค่าความถูกต้องของสีจึงมีมากกว่าเมื่อเทียบกับสีวอร์มไวท์ Warm white หรือสีคูลไวท์ Cool white ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ 4,500-6,500 เคลวิน ขึ้นไป</p>
</div>
</div>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<p>ค่าคุณสมบัติของหลอดไฟต่างๆเหล่านี้ ส่วนมากมักจะมีบอกอยู่ที่ข้างกล่อง หรือฉลากกำกับผลิตภัณฑ์นะคะ ขอแค่เพื่อนๆมีความเข้าใจเป็นความรู้พื้นฐาน เพื่อนำมาเลือกซื้อหลอดไฟประเภทต่างๆมาใช้ได้อย่างเหมาะสมกันค่ะ</p>
<p><strong>สิ่งที่ต้องคำนึงในการเลือกซื้อหลอดไฟ</strong></p>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<ul>
<li>อันดับแรก เพื่อนๆต้องสำรวจหลอดไฟเดิมกันก่อนนะคะ ว่าใช้<strong>หลอดรูปทรงแบบไหน</strong> เพื่อกำหนดการใช้งาน ทิศทางการให้แสง และองศาของแสง</li>
<li><strong>ขั้วหลอด</strong>ที่ใช้กับโคมเดิม เป็นแบบไหน เป็นขั้วเกลียว ขั้วเกลียวเล็ก ขั้วเข็ม หรือขั้วเสียบ</li>
<li>ต้อง<strong>มีอุปกรณ์ใดที่ใช้กับหลอดไฟ หรือโคมไฟ</strong> เช่น หม้อแปลง บัลลาสต์ สวิสต์หรีไฟ</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<ul>
<li>สิ่งสำคัญต่อมา คือ <strong>พิจารณาคุณสมบัติของหลอดไฟ</strong> เพราะว่าบางครั้งหลอดไฟที่ใช้อยู่นั้นอาจไม่เป็นที่ถูกใจ หรือเหมาะสมกับการใช้งาน ให้แสงที่จ้าเกินไป ให้แสงที่ขาวเกินไปเป็นต้น จุดนี้แหละที่ทำให้ไอเดียอยู่สบายแนะนำค่าคุณสมบัติของหลอดไฟให้เพื่อนๆได้รู้จักกันก่อนตอนต้น เพื่อนๆจะได้เลือกจากข้างกล่องหรือฉลากกำกับผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสมค่ะ<br />
และเลือกใช้หลอดไฟที่มีความแม่นยำของแสงของสี ควรเลือกซื้อหลอดไฟที่มีค่าความถูกต้องของสี Ra=80 เป็นต้นไปนะคะ (ขึ้นกับการใช้งานด้วยค่ะ)</li>
<li><strong>อายุการใช้งาน</strong>ของหลอดไฟ เลือกหลอดไฟประเภทที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานหน่อย จะได้ไม่ต้องดูแลรักษามากค่ะ</li>
<li><strong>ราคา</strong> ค่าซื้อหลอด ค่าเปลี่ยนและดูแลหลอด ราคามักจะสัมพันธ์กับอายุการใช้งาน อายุการใช้งานยาวนานมักมีราคาค่าหลอดไฟที่แพงกว่า ส่วนที่อายุการใช้งานสั้นก็ต้องเปลี่ยนบ่อย ราคาหลอดถูกกว่าก็จริง แต่อาจจะต้องไปเสียค่ารถ ค่าเสียเวลาในการไปซื้อ หรือซื้อมาตุนนี่ยิ่งแล้วใหญ่ ลองเลือกดูนะคะ แต่แนะนำว่าอย่าเสียน้อยเสียยาก เสียมาเสียง่ายเลยค่ะ</li>
<li>เลือกยี่ห้อที่เป็นที่รู้จัก และ<strong>ได้การรับรองมาตราฐานสินค้า</strong> ดูได้จากสัญลักษณ์ที่กำกับข้างกล่องผลิตภัณฑ์นะคะ</li>
</ul>
</div>
</div>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TOSHIBA หลอดไฟ LED</title>
		<link>https://beelievesourcing.co.th/product/toshiba-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%9f-led/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[โฮมโซลูชั่นเซ็นเตอร์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 16 Dec 2017 10:07:58 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://store.r74jd6gz-liquidwebsites.com/?post_type=product&#038;p=40744</guid>

					<description><![CDATA[TOSHIBA หลอดไฟ LED

<strong>ยี่ห้อ</strong> : Toshiba
<strong>สี</strong> : สีเดย์ไลท์
<strong>วัตต์</strong> : 8w

<span style="color: #ff0000;"><strong>ราคารวมภาษี ไม่รวมขนส่ง</strong></span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h1><span style="font-size: 75%;">TOSHIBA หลอดไฟ LED</span></h1>
<p><strong>Toshibaหลอดไฟ LED มีรายละเอียดดังนี้</strong></p>
<ul>
<li>เกลียวมาตรฐาน E27</li>
<li>ประหยัดไฟ 80% เมื่อเทียบกับหลอดไส้</li>
<li>อายุการใช้งานยาวนาน 15,000 ชั่วโมง</li>
<li>ให้แสงสว่างนุ่มนวล สบายตา ระบายความร้อนได้ดี</li>
<li>มีขนาดที่เหมาะสม ติดตั้งได้ง่าย</li>
<li>ประหยัดพลังงาน ให้ความสว่างสูง แต่กินไฟน้อย</li>
<li>เหมาะกับพื้นที่ ที่ต้องการใช้ไฟ เป็นระยะเวลานาน ๆ อาทิ ไฟสนาม ไฟหน้าบ้านเป็นต้น</li>
</ul>
<p>คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าไฟฟ้า และแสงสว่างเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับการดำรงชีวิตของเราทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมเมือง ตามบ้านพักอาศัยทั่วไป คอนโดมิเนียม หรือสถานที่ต่างๆ จำเป็นต้องใช้แสงสว่างจากหลอดไฟประเภทต่างๆด้วยกันทั้งนั้น นอกจากจะให้ประโยชน์ในเรื่องแสงสว่างแล้ว ยังให้ประโยชน์ในแง่ของความงาม ช่วยในการตกแต่ง และสร้างบรรยากาศอีกด้วย แต่ไม่ว่าเราจะใช้ประโยชน์จากแสงสว่าง เพื่อการใช้งาน หรือเพื่อการตกแต่งสร้างบรรยากาศ แหล่งกำเนิดแสงที่สำคัญ ก็ล้วนมาจากหลอดไฟประเภทต่างๆทั้งสิ้น</p>
<p><strong>คุณสมบัติของหลอดไฟ</strong></p>
<ol>
<li><strong>ค่าฟลักซ์การส่องสว่าง</strong> (Luminous Flux) เป็นปริมาณแสงสว่างทั้งหมดที่ได้จากแหล่งกำเนิดแสง มีหน่วยวัดเป็นลูเมน (lm)</li>
<li><strong>ค่าความสว่าง</strong> (llluminance) เป็นปริมาณแสงสว่างที่ตกกระทบบนวัตถุ (lumen) ต่อ 1 หน่วยพื้นที่ มีหน่วยเป็น lm/sq.m. หรือ lux นั่นเอง โดยทั่วไป อาจเรียกว่า ระดับความสว่าง (Lighting level) จึงเป็นตัวที่บอกว่าแสงที่ได้เพียงพอหรือไม่</li>
<li><strong>ค่าความเข้มการส่องสว่าง</strong> (Luminous Intensity) เป็นความเข้มของแสงที่ส่องออกมาจากวัตถุ โดยทั่วไปจะวัดเป็นจำนวนเท่าของความเข้มที่ได้จากเทียนไข 1 เล่ม จึงมีหน่วยเป็นแคนเดลา (Candela, cd)</li>
<li><strong>ค่าความส่องสว่าง</strong> (Luminance) เป็นตัวที่บอกปริมาณแสงที่สะท้อนออกมาจากวัตถุ (candela) ต่อ 1 หน่วยพื้นที่ มีหน่วยเป็น cd/sq.m. บางครั้งจึงอาจเรียกว่าความจ้า (Brightness)</li>
<li><strong>ค่าประสิทธิผล</strong> (Efficacy) เป็นปริมาณแสงสว่างที่ออกมาต่อกำลังไฟฟ้าที่ใช้ (watt) มีหน่วยวัดเป็น lm/w หลอดที่มีค่าประสิทธิผลสูงแสดงว่าหลอดนี้ให้ปริมาณแสงออกมามากแต่ใช้กำลังไฟฟ้าน้อย</li>
<li><strong>ค่าความถูกต้องของสี</strong> (Colour Rendering, Ra หรือ CRI) เป็นค่าที่ใช้บอกว่าหลอดไฟประเภทต่างๆ เมื่อแสงส่องสีไปบนวัตถุจะทำให้สีของวัตถุนั้นผิดเพี้ยนจากความเป็นจริงมากน้อยเพียงใด ไม่มีหน่วยแต่มักเรียกเป็น % ตามค่าความถูกต้องค่ะ แสงอาทิตย์มีค่า Ra = 100 เพราะแสงอาทิตย์ให้สเปกตรัมครบทุกสี เมื่อส่องไปบนวัตถุจะไม่เห็นความผิดเพี้ยนของสี</li>
<li><strong>ค่าอุณหภูมิสีของแสง</strong> (Color Temperatrre TK) สีของแสงที่ได้จากหลอดไฟเทียบกับสีที่เกิดจากการเผาวัตถุดำอุดมคติให้ร้อนที่อุณหภูมินั้น มีหน่วยเป็นเคลวิน (k) อุณหภูมิสีเป็นตัวที่บอกว่าแสงที่ได้มีความขาวมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีค่าอุณหภูมิสีของแสงต่ำแสงที่ได้จะออกมาในโทนเหลืองหรือแดง ถ้ามีค่าอุณหภูมิสีของแสงสูงแสงที่ได้จะออกมาในโทนขาวกว่า ในท้องตลาดทั่วไปมีให้เลือก 3 โทนสี</li>
</ol>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">มาดูโทนสีของอุณหภูมิสี ของแสงกันดีกว่า ซึ่งเรื่องนี้ควรจะรู้เพื่อการเลือกซื้อที่ถูกต้องนะคะ  เพราะถ้าเวลาไปซื้อ แล้วดูแต่จำนวนวัตต์อย่างเดียว ไม่ได้ดูอุณหภูมิสีของแสงด้วย อยากได้แสงขาวก็อาจจะได้แสงเหลืองมา หรืออยากให้ห้องเหลืองๆดูอบอุ่นก็อาจจะได้แสงขาวเว่อร์มาไม่ถูกใจได้</div>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<p><strong>        สีวอร์มไวท์ (Warm white)</strong> ให้แสงสีแดงออกโทนส้ม เป็นโทนสีร้อน โทนอบอุ่น ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ ต่ำกว่า 3,000 เคลวิน</p>
<p><strong>        สีคูลไวท์ (Cool white)</strong> ให้แสงสีจะเริ่มออกมาทางสีขาว เป็นโทนสีที่ดูเย็นสบายตา ดูค่อนข้างสว่างกว่าเมื่อเทียบกับสีวอร์มไวท์ Warm white ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ 3,000-4,500 เคลวิน</p>
<p><strong>        สีเดย์ไลท์ (Day light)</strong> ให้แสงสีโทนออกขาวอมฟ้า แต่คล้ายแสงธรรมชาติตอนเวลากลางวัน ดังนั้นค่าความถูกต้องของสีจึงมีมากกว่าเมื่อเทียบกับสีวอร์มไวท์ Warm white หรือสีคูลไวท์ Cool white ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ 4,500-6,500 เคลวิน ขึ้นไป</p>
</div>
</div>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<p>ค่าคุณสมบัติของหลอดไฟต่างๆเหล่านี้ ส่วนมากมักจะมีบอกอยู่ที่ข้างกล่อง หรือฉลากกำกับผลิตภัณฑ์นะคะ ขอแค่เพื่อนๆมีความเข้าใจเป็นความรู้พื้นฐาน เพื่อนำมาเลือกซื้อหลอดไฟประเภทต่างๆมาใช้ได้อย่างเหมาะสมกันค่ะ</p>
<p><strong>สิ่งที่ต้องคำนึงในการเลือกซื้อหลอดไฟ</strong></p>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<ul>
<li>อันดับแรก เพื่อนๆต้องสำรวจหลอดไฟเดิมกันก่อนนะคะ ว่าใช้<strong>หลอดรูปทรงแบบไหน</strong> เพื่อกำหนดการใช้งาน ทิศทางการให้แสง และองศาของแสง</li>
<li><strong>ขั้วหลอด</strong>ที่ใช้กับโคมเดิม เป็นแบบไหน เป็นขั้วเกลียว ขั้วเกลียวเล็ก ขั้วเข็ม หรือขั้วเสียบ</li>
<li>ต้อง<strong>มีอุปกรณ์ใดที่ใช้กับหลอดไฟ หรือโคมไฟ</strong> เช่น หม้อแปลง บัลลาสต์ สวิสต์หรีไฟ</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<ul>
<li>สิ่งสำคัญต่อมา คือ <strong>พิจารณาคุณสมบัติของหลอดไฟ</strong> เพราะว่าบางครั้งหลอดไฟที่ใช้อยู่นั้นอาจไม่เป็นที่ถูกใจ หรือเหมาะสมกับการใช้งาน ให้แสงที่จ้าเกินไป ให้แสงที่ขาวเกินไปเป็นต้น จุดนี้แหละที่ทำให้ไอเดียอยู่สบายแนะนำค่าคุณสมบัติของหลอดไฟให้เพื่อนๆได้รู้จักกันก่อนตอนต้น เพื่อนๆจะได้เลือกจากข้างกล่องหรือฉลากกำกับผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสมค่ะ<br />
และเลือกใช้หลอดไฟที่มีความแม่นยำของแสงของสี ควรเลือกซื้อหลอดไฟที่มีค่าความถูกต้องของสี Ra=80 เป็นต้นไปนะคะ (ขึ้นกับการใช้งานด้วยค่ะ)</li>
<li><strong>อายุการใช้งาน</strong>ของหลอดไฟ เลือกหลอดไฟประเภทที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานหน่อย จะได้ไม่ต้องดูแลรักษามากค่ะ</li>
<li><strong>ราคา</strong> ค่าซื้อหลอด ค่าเปลี่ยนและดูแลหลอด ราคามักจะสัมพันธ์กับอายุการใช้งาน อายุการใช้งานยาวนานมักมีราคาค่าหลอดไฟที่แพงกว่า ส่วนที่อายุการใช้งานสั้นก็ต้องเปลี่ยนบ่อย ราคาหลอดถูกกว่าก็จริง แต่อาจจะต้องไปเสียค่ารถ ค่าเสียเวลาในการไปซื้อ หรือซื้อมาตุนนี่ยิ่งแล้วใหญ่ ลองเลือกดูนะคะ แต่แนะนำว่าอย่าเสียน้อยเสียยาก เสียมาเสียง่ายเลยค่ะ</li>
<li>เลือกยี่ห้อที่เป็นที่รู้จัก และ<strong>ได้การรับรองมาตราฐานสินค้า</strong> ดูได้จากสัญลักษณ์ที่กำกับข้างกล่องผลิตภัณฑ์นะคะ</li>
</ul>
</div>
</div>
</div>
</div>
<p><strong>คำเตือน</strong></p>
<ul>
<li>ห้ามเปลี่ยนหรือติดตั้งขณะที่ยังเปิดสวิทช์ หรือตัวเปียกชื้น</li>
<li>ปิดสวิทช์ก่อนการติดตั้ง การตรวจสอบ หรือทำความสะอาด</li>
<li>ห้ามดัดแปลงหรือใช้ร่วมกับอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน</li>
<li>ควรติดตั้งใช้พ้นมือเด็กและบริเวณที่มีความร้อนสูง</li>
<li>ห้ามติดตั้งกับระบบไฟผิดขนาด</li>
<li>ตรวจสอบขั้ว และระบบไฟก่อนติดตั้ง</li>
</ul>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element "></div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>PHILIPS Tornado หลอดไฟประหยัด</title>
		<link>https://beelievesourcing.co.th/product/philips-tornado-%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[โฮมโซลูชั่นเซ็นเตอร์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 16 Dec 2017 09:53:54 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">https://store.r74jd6gz-liquidwebsites.com/?post_type=product&#038;p=40722</guid>

					<description><![CDATA[PHILIPS Tornado หลอดไฟประหยัด

ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม ด้วยคุณภาพที่เชื่อถือได้
ประหยัดไฟถึง 80% เมื่อเทียบกับหลอดไส้
อายุการใช้งานนานกว่าหลอดไส้ถึง 8 เท่า
หลอดจุดติดที่แรงไฟฟ้า 170V-250V
ห้ามใช้ร่วมกับอุปกรณ์หรี่ไฟ สวิทช์เรืองแสงและรีโมทคอนโทรล

<span style="color: #ff0000;">ราคารวมภาษี ไม่รวมค่าขนส่ง</span>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h1><span style="font-size: 75%;">PHILIPS Tornado หลอดไฟประหยัด</span></h1>
<p><strong>PHILIPS Tornado หลอดประหยัดไฟ มีรายละเอียดดังนี้</strong></p>
<ul>
<li>ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม ด้วยคุณภาพที่เชื่อถือได้</li>
<li>ประหยัดไฟถึง 80% เมื่อเทียบกับหลอดไส้</li>
<li>อายุการใช้งานนานกว่าหลอดไส้ถึง 8 เท่า</li>
<li>หลอดจุดติดที่แรงไฟฟ้า 170V-250V</li>
<li>ห้ามใช้ร่วมกับอุปกรณ์หรี่ไฟ สวิทช์เรืองแสงและรีโมทคอนโทรล</li>
<li>เพื่ออายุการใช้งานสูงสุด ควรใช้งานหลอดไฟในโคมที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก*<strong>ประหยัดไฟด้วยผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน</strong>หลอดประหยัดไฟ Philips ทุกรุ่นประหยัดไฟนับตั้งแต่การเปิดสวิตช์ครั้งแรก  ตลอดอายุการใช้งานของหลอดไฟ Philips กินไฟเป็นกิโลวัตต์ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ช่วยให้ประหยัดไฟ ระดับการประหยัดไฟจะขึ้นอยู่กับประเภทของโคมไฟและเทคโนโลยี<strong>* ลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</strong>หลอดประหยัดไฟช่วยลดปริมาณการใช้พลังงานในบ้านของคุณ จึงไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าไฟเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เมื่อต่างฝ่ายร่วมมือร่วมใจกัน เราจึงสามารถสร้างสรรค์โลกที่น่าอยู่มากยิ่งขึ้น<strong>*ความสว่างที่ประหยัดไฟ</strong>โดยปกติแล้วความสว่างที่เพิ่มขึ้นต้องใช้พลังไฟมากขึ้น และค่า ไฟก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน หลอดประหยัดไฟของ Philips สามารถให้แสงเอาต์พุตเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ โดยไม่เพิ่มการใช้พลังไฟ*<strong>หลอดไฟขนาดเล็กและประสิทธิภาพสูง</strong>หลอดประหยัดไฟขนาดเล็กที่สุดของเรามีขนาดเล็กเท่ากับหลอดไฟรุ่นเก่า คุณจึงประหยัดไฟและค่าใช้จ่ายได้ทุกระดับความสว่างและโคมไฟทุกประเภท โดยไม่ลดประสิทธิภาพการใช้งาน<strong>*เชื่อถือได้กับข้อมูลที่</strong><strong> Philips ระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์</strong>Philips มุ่งเน้นที่จะรักษาประสิทธิภาพของหลอดไฟ คุณจึงเชื่อมั่นได้ในรายละเอียดที่แสดงอยู่บนบรรจุภัณฑ์ อายุการใช้งานและจำนวนวัตต์ที่เทียบเท่ากับหลอดไส้</li>
</ul>
<h4><strong>คำแนะนำ</strong></h4>
<ul>
<li>ตรวจสอบขั้วและระบบไฟก่อนติดตั้ง</li>
<li>ตรวจสอบการใช้งานร่วมกันได้กับสวิช์อเล็กทรอนิกส์ก่อนทุกครั้ง</li>
<li>ห้ามติดตั้งกับระบบไฟผิดขนาด</li>
</ul>
<h4><strong>คุณสมบัติของหลอดไฟ</strong></h4>
<ol>
<li><strong>ค่าฟลักซ์การส่องสว่าง</strong> (Luminous Flux) เป็นปริมาณแสงสว่างทั้งหมดที่ได้จากแหล่งกำเนิดแสง มีหน่วยวัดเป็นลูเมน (lm)</li>
<li><strong>ค่าความสว่าง</strong> (llluminance) เป็นปริมาณแสงสว่างที่ตกกระทบบนวัตถุ (lumen) ต่อ 1 หน่วยพื้นที่ มีหน่วยเป็น lm/sq.m. หรือ lux นั่นเอง โดยทั่วไป อาจเรียกว่า ระดับความสว่าง (Lighting level) จึงเป็นตัวที่บอกว่าแสงที่ได้เพียงพอหรือไม่</li>
<li><strong>ค่าความเข้มการส่องสว่าง</strong> (Luminous Intensity) เป็นความเข้มของแสงที่ส่องออกมาจากวัตถุ โดยทั่วไปจะวัดเป็นจำนวนเท่าของความเข้มที่ได้จากเทียนไข 1 เล่ม จึงมีหน่วยเป็นแคนเดลา (Candela, cd)</li>
<li><strong>ค่าความส่องสว่าง</strong> (Luminance) เป็นตัวที่บอกปริมาณแสงที่สะท้อนออกมาจากวัตถุ (candela) ต่อ 1 หน่วยพื้นที่ มีหน่วยเป็น cd/sq.m. บางครั้งจึงอาจเรียกว่าความจ้า (Brightness)</li>
<li><strong>ค่าประสิทธิผล</strong> (Efficacy) เป็นปริมาณแสงสว่างที่ออกมาต่อกำลังไฟฟ้าที่ใช้ (watt) มีหน่วยวัดเป็น lm/w หลอดที่มีค่าประสิทธิผลสูงแสดงว่าหลอดนี้ให้ปริมาณแสงออกมามากแต่ใช้กำลังไฟฟ้าน้อย</li>
<li><strong>ค่าความถูกต้องของสี</strong> (Colour Rendering, Ra หรือ CRI) เป็นค่าที่ใช้บอกว่าหลอดไฟประเภทต่างๆ เมื่อแสงส่องสีไปบนวัตถุจะทำให้สีของวัตถุนั้นผิดเพี้ยนจากความเป็นจริงมากน้อยเพียงใด ไม่มีหน่วยแต่มักเรียกเป็น % ตามค่าความถูกต้องค่ะ แสงอาทิตย์มีค่า Ra = 100 เพราะแสงอาทิตย์ให้สเปกตรัมครบทุกสี เมื่อส่องไปบนวัตถุจะไม่เห็นความผิดเพี้ยนของสี</li>
<li><strong>ค่าอุณหภูมิสีของแสง</strong> (Color Temperatrre TK) สีของแสงที่ได้จากหลอดไฟเทียบกับสีที่เกิดจากการเผาวัตถุดำอุดมคติให้ร้อนที่อุณหภูมินั้น มีหน่วยเป็นเคลวิน (k) อุณหภูมิสีเป็นตัวที่บอกว่าแสงที่ได้มีความขาวมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีค่าอุณหภูมิสีของแสงต่ำแสงที่ได้จะออกมาในโทนเหลืองหรือแดง ถ้ามีค่าอุณหภูมิสีของแสงสูงแสงที่ได้จะออกมาในโทนขาวกว่า ในท้องตลาดทั่วไปมีให้เลือก 3 โทนสี</li>
</ol>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">มาดูโทนสีของอุณหภูมิสี ของแสงกันดีกว่า ซึ่งเรื่องนี้ควรจะรู้เพื่อการเลือกซื้อที่ถูกต้องนะคะ  เพราะถ้าเวลาไปซื้อ แล้วดูแต่จำนวนวัตต์อย่างเดียว ไม่ได้ดูอุณหภูมิสีของแสงด้วย อยากได้แสงขาวก็อาจจะได้แสงเหลืองมา หรืออยากให้ห้องเหลืองๆดูอบอุ่นก็อาจจะได้แสงขาวเว่อร์มาไม่ถูกใจได้ค่ะ</div>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<p><strong>        สีวอร์มไวท์ (Warm white)</strong> ให้แสงสีแดงออกโทนส้ม เป็นโทนสีร้อน โทนอบอุ่น ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ ต่ำกว่า 3,000 เคลวิน</p>
<p><strong>        สีคูลไวท์ (Cool white)</strong> ให้แสงสีจะเริ่มออกมาทางสีขาว เป็นโทนสีที่ดูเย็นสบายตา ดูค่อนข้างสว่างกว่าเมื่อเทียบกับสีวอร์มไวท์ Warm white ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ 3,000-4,500 เคลวิน</p>
<p><strong>        สีเดย์ไลท์ (Day light)</strong> ให้แสงสีโทนออกขาวอมฟ้า แต่คล้ายแสงธรรมชาติตอนเวลากลางวัน ดังนั้นค่าความถูกต้องของสีจึงมีมากกว่าเมื่อเทียบกับสีวอร์มไวท์ Warm white หรือสีคูลไวท์ Cool white ค่าอุณหภูมิสีของแสงอยู่ที่ 4,500-6,500 เคลวิน ขึ้นไป</p>
</div>
</div>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<p>ค่าคุณสมบัติของหลอดไฟต่างๆเหล่านี้ ส่วนมากมักจะมีบอกอยู่ที่ข้างกล่อง หรือฉลากกำกับผลิตภัณฑ์นะคะ ขอแค่เพื่อนๆมีความเข้าใจเป็นความรู้พื้นฐาน เพื่อนำมาเลือกซื้อหลอดไฟประเภทต่างๆมาใช้ได้อย่างเหมาะสมกันค่ะ</p>
<h4><strong>สิ่งที่ต้องคำนึงในการเลือกซื้อหลอดไฟ</strong></h4>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<ul>
<li>อันดับแรก เพื่อนๆต้องสำรวจหลอดไฟเดิมกันก่อนนะคะ ว่าใช้<strong>หลอดรูปทรงแบบไหน</strong> เพื่อกำหนดการใช้งาน ทิศทางการให้แสง และองศาของแสง</li>
<li><strong>ขั้วหลอด</strong>ที่ใช้กับโคมเดิม เป็นแบบไหน เป็นขั้วเกลียว ขั้วเกลียวเล็ก ขั้วเข็ม หรือขั้วเสียบ</li>
<li>ต้อง<strong>มีอุปกรณ์ใดที่ใช้กับหลอดไฟ หรือโคมไฟ</strong> เช่น หม้อแปลง บัลลาสต์ สวิสต์หรีไฟ</li>
</ul>
</div>
</div>
<div class="wpb_text_column wpb_content_element ">
<div class="wpb_wrapper">
<ul>
<li>สิ่งสำคัญต่อมา คือ <strong>พิจารณาคุณสมบัติของหลอดไฟ</strong> เพราะว่าบางครั้งหลอดไฟที่ใช้อยู่นั้นอาจไม่เป็นที่ถูกใจ หรือเหมาะสมกับการใช้งาน ให้แสงที่จ้าเกินไป ให้แสงที่ขาวเกินไปเป็นต้น จุดนี้แหละที่ทำให้ไอเดียอยู่สบายแนะนำค่าคุณสมบัติของหลอดไฟให้เพื่อนๆได้รู้จักกันก่อนตอนต้น เพื่อนๆจะได้เลือกจากข้างกล่องหรือฉลากกำกับผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสมค่ะ<br />
และเลือกใช้หลอดไฟที่มีความแม่นยำของแสงของสี ควรเลือกซื้อหลอดไฟที่มีค่าความถูกต้องของสี Ra=80 เป็นต้นไปนะคะ (ขึ้นกับการใช้งานด้วยค่ะ)</li>
<li><strong>อายุการใช้งาน</strong>ของหลอดไฟ เลือกหลอดไฟประเภทที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานหน่อย จะได้ไม่ต้องดูแลรักษามากค่ะ</li>
<li><strong>ราคา</strong> ค่าซื้อหลอด ค่าเปลี่ยนและดูแลหลอด ราคามักจะสัมพันธ์กับอายุการใช้งาน อายุการใช้งานยาวนานมักมีราคาค่าหลอดไฟที่แพงกว่า ส่วนที่อายุการใช้งานสั้นก็ต้องเปลี่ยนบ่อย ราคาหลอดถูกกว่าก็จริง แต่อาจจะต้องไปเสียค่ารถ ค่าเสียเวลาในการไปซื้อ หรือซื้อมาตุนนี่ยิ่งแล้วใหญ่ ลองเลือกดูนะคะ แต่แนะนำว่าอย่าเสียน้อยเสียยาก เสียมาเสียง่ายเลยค่ะ</li>
<li>เลือกยี่ห้อที่เป็นที่รู้จัก และ<strong>ได้การรับรองมาตราฐานสินค้า</strong> ดูได้จากสัญลักษณ์ที่กำกับข้างกล่องผลิตภัณฑ์นะคะ</li>
</ul>
</div>
</div>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
